เด็กแดงได้ยินฟางเจิ้งพูดก็หลับตาลง แสร้งหลับไป
ฟางเจิ้งเองก็จนปัญญาเช่นกัน ถ้าจะถ่ายทอดคำสอนเจ้าเด็กดื้อคนนี้คงไม่ได้ยากแบบธรรมดาๆ แล้ว
แต่โอวหยางเฟิงหวาฟังอย่างออกรส พยักหน้ารัวๆ “ไต้ซือพูดถูก”
………
ระหว่างทางไม่เกิดเรื่องไม่น่าอภิรมย์ใดๆ อีก ไม่นานก็ถึงเมืองถานจง ลงรถมาก็เห็นเทือกเขาฉางไป๋ราวกับมังกรดำนอนพาดบนเส้นขอบฟ้าไกลลิบ สถานีรถไฟความเร็วสูงห่างจากใจกลางเมืองช่วงหนึ่ง ดีที่ประตูทางเข้าออกมีรถบัสคันใหญ่ ทว่านี่ก็สายแล้ว โอวหยางเฟิงหวาพูดด้วยอาการเหนื่อยเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด “ไต้ซือ วันมะรืนถึงจะเริ่มพิธี วันนี้เราหาที่พักก่อนเถอะ ฉันนั่งรถจนใกล้จะตายแล้ว”
ฟางเจิ้งอย่างไรก็ได้ ขอเพียงไม่ต้องให้เขาจ่ายเงินอย่างไรก็ได้! เลยพยักหน้า “อมิตาพุทธ ตามสีกาทุกอย่างเลย”
โอวหยางเฟิงหวาไปหารถบัสคันใหญ่อย่างมีความสุขก่อนเข้าเมืองไป
สิบกว่านาทีต่อมา ฟางเจิ้งเงยหน้ามองตึกใหญ่สูงสิบกว่าชั้นแห่งนี้พลางถูจมูก คิดในใจว่า ‘นี่ถืออาตมาได้รับการดูแลที่ดีที่สุดแล้วล่ะนะ’
ขณะนี้เองสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินออกมาจากประตูตึกใหญ่ ลากกระเป๋าลากเดินไปอย่างเร่งรีบ ทว่าช่วงที่ผ่านฟางเจิ้ง โอวหยางเฟิงหวากับเด็กแดงนั้น