“เรียกเอาเองว่าวิถีเซียน? แสร้งทำเป็นลึกลับซับซ้อน หากว่าเป็นวิถีเซียนจริงยังต้องสร้างข่าวลือเช่นนี้อีกหรือ ก็แค่อยากได้ชื่อเสียงเงินทองเท่านั้น”
จือจวินเอ่ยดูแคลน เพราะในใจนางมีเพียงมรรคาจารย์เท่านั้นที่คู่ควรกับคำว่าวิถีเซียน
อย่างน้อยมรรคาจารย์จะไม่สร้างข่าวลือเหมือนกับเทพาจารย์ถังผู้นี้ ทุกครั้งที่มรรคาจารย์ลงมือล้วนทำเพื่อต้าจิ่ง เพื่อเผ่ามนุษย์โดยไม่หวังสิ่งใด
เยี่ยสวินตี๋กล่าวอย่างอ่อนใจว่า “ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็แข็งแกร่งจริงๆ มีหลายกระบวนท่าที่ดูไปแล้วเกินกว่าจะคาดคิดได้”
ได้ฟังคำพูดนี้คนอื่นๆ ยังไม่ทันส่งเสียงใด จือจวินก็ลุกขึ้นและกล่าวว่า “นำทาง ข้าจะไปพบเขาสักคราว”
เยี่ยสวินตี๋และหยางโจวได้ยินก็ดีใจขึ้นมาและตอบตกลงทันที เทพกระบี่ที่เพิ่งนั่งลงก็ลุกขึ้นอีกครั้งด้วย
ไป๋ฉีมองเจียงฉางเซิงก่อนพูดอย่างระมัดระวังว่า “เจ้านาย ข้าไปได้หรือไม่…”
“ไปเถิด หวงเทียนกับเฮยเทียนก็ไปได้ แต่พวกเจ้าจะต้องคอยดูแลควบคุมพวกมันให้ดี”
เจียงฉางเซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นานๆ ครั้งจะได้ครึกครื้นดังนี้ เช่นนั้นก็ให้พวกเขาไปเถิด
เสียงไชโยโห่ร้องพลันดังขึ้นในลานบ้าน รวมทั้งเจียงเจี่ยนและผิงอันด้วย ทุกคนต่างเหินออกจากเขามังกรผงาดอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นภายในเรือนก็เหลือแต่เจียงฉางเซิงผู้เดียว
หากเป็นเมื่อก่อนเจียงฉางเซิงสามารถไปรับมือกับเทพาจารย์ถังผู้นี้ด้วยตนเอง แต่เวลานี้แต้มเซ่นไหว้เขาเพิ่มพูนขึ้นมาอย่า