่นนี้จึงจะสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในยุคแห่งความโหดร้ายที่กำลังจะมาเยือน
ไม่ถึงสามวัน พวกของจือจวินก็กลับมา ทุกคนเดินห้อมล้อมจือจวินเป็นดาวล้อมเดือนเข้ามาภายในลานบ้าน แม้แต่สายตาที่เทพกระบี่มองนางก็ยังเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใส
ไม่ต้องมองสีหน้าท่าทางของพวกเขาเจียงฉางเซิงก็รู้ผลแล้ว
แม้ว่าเทพาจารย์ถังจะอยู่ในขั้นถ้ำสวรรค์ห้า แต่จือจวินแข็งแกร่งยิ่งกว่า นางอยู่ในขั้นถ้ำสวรรค์หกแต่สามารถรับมือกับผู้เยี่ยมยุทธ์ในขั้นถ้ำสวรรค์แปดเช่นต้นดับโลกาได้แล้ว จะไม่สามารถจัดการเทพาจารย์ถังได้อย่างไร
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเทพาจารย์ถังก็ถูกจัดการจนต้องร้องขอชีวิต
เจียงฉางเซิงคอยมองการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ใกล้ๆ ต้องพูดทีเดียวว่าจือจวินลงมือหนักหนาจริงๆ ทำเอาเทพาจารย์ถังสะบักสะบอมเกินประมาณ
“ท่านมรรคาจารย์ ข้าทดสอบแล้วไม่ใช่วิถีเซียนจริงด้วยเจ้าค่ะ”
จือจวินกล่าวด้วยรอยยิ้มและกล่าวสบายๆ เป็นเมฆบางลมเบา หนนี้แม้แต่ไป๋ฉีก็ยังไม่กล้าค่อนแคะนาง แต่กลับเข้าไปประจบประแจงอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเสียอีก
ทุกคนต่างรู้ว่าจือจวินแข็งแกร่งมากแต่ก็มีแค่เยี่ยสวินตี๋ที่เคยท้าสู้กับนาง ครั้งนี้จึงนับว่าได้เข้าใจถ่องแท้แล้ว
การต่อสู้ครั้งนี้ก็สร้างชื่อสะเทือนใต้หล้าด้วยเช่นกัน จือจวินไม่ได้บอกกล่าวชื่อแซ่แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อแรงกระเพื่อมจากการต่อสู้ครั้งนี้ เยี่ยสวินตี๋ เทพกระบี่และหยางโจวต่างก็ฝึกยุทธ์อยู่ภายใต้