รต่อสู้อย่างลืมตน จนกระทั่งโค่นล้มศัตรูและฆ่าศัตรูได้
สภาพเช่นนี้ไม่ใช่เพียงแค่มีสมาธิเท่านั้น แต่ยังทำให้นางควบคุมปราณวิญญาณและวิถียุทธ์ได้อย่างใจนึก
เจียงฉางเชิงฟังเสร็จก็เริ่มประลองกับนาง อยากดูสักหน่อยว่าพลังเจตจำนงเช่นนี้จะแกร่งถึงเพียงใด
ตอนนี้มู่หลิงลั่วคือขั้นกายาทองคำแต่ก่อนที่จะได้รับการถ่ายทอด นางก็สามารถต่อกรกับขั้นจักรวาลได้แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้แข็งแกร่งเพียงใด
การต่อสู้เริ่มขึ้น ทั้งสองเหาะขึ้นฟ้า มู่หลิงลั่วจึงสำแดงวิชาเก้าเทพเวียนศึกทันที พลังพวยพุ่งจากนั้นเข้าสู่เจตจำนงจองจำสวรรค์ คิดไม่ถึงว่าพลังของนางพวยพุ่งขึ้นอีก
พลังของนางสายนี้แทบไม่ด้อยไปกว่าจิตกระบี่แห่งฟ้าดินของเทพกระบี่ที่เคยทำเจียงฉางเชิงในอดีตเลย
พูดอีกอย่างก็คือ มู่หลิงลั่วในขั้นกายาทองคำสามารถเทียบได้กับความแข็งแกร่งอันไร้เทียมทานในขั้นจักรวาลได้แล้วหรือ
มู่หลิงลั่วตวัดกระบี่สังหารเข้ามา กระบวนท่าที่ใช้นั้นคือวิชากระบี่บรมวิสุทธิ์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากเจียงฉางเชิงเจียงฉางเชิงโต้กลับด้วยหมัดเท้า การต่อสู้ของทั้งคู่สะเทือนฟ้าดิน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ถาโถมทั่วมหาสมุทร
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็มๆ มู่หลิงลั่วจึงหยุด นางออกจากภาวะจิตศึกจองจำสวรรค์ทั่วทั้งร่างอ่อนล้าอย่างยิ่ง เหงื่อท่วมศีรษะ
เจียงฉางเชิงเอ่ยชมว่า“เจตจำนงการต่อสู้นี้ช่างรุนแรงนัก ยอดเยี่ยมๆ แม้จะเผชิญหน้ากับขั้นถ้ำสวรรค์ก็ยังมีแรงสู้”