ท่องใต้หล้าอยู่เช่นนี้เรื่อยไปหรือ เหตุใดไม่มาที่เฟิ่งเทียนของข้า ข้ายินดีจะประกาศต่อใต้หล้าและใช้กำลังของผู้คนในแผ่นดินช่วยท่านเผยแพร่คำสอนและก่อตั้งอารามมรรคาจารย์”
ก่อนมาทวีปชีพจรมังกรเขาคิดว่ามรรคาจารย์เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น แต่ระหว่างทางเขาได้เห็นแม่น้ำบนท้องฟ้าและยังเห็นภาพอันน่าตื่นตะลึงที่มรรคาจารย์ยกทะเล เมื่อนั้น มรรคาจารย์ก็คือเทพในใจเขานับแต่อึดใจนั้นเป็นต้นมา แม้ไม่มีฉีหยวนเขาก็เตรียมตัวจะกลับไปตั้งรูปเคารพของมรรคาจารย์อยู่แล้ว เทพเซียนที่มีชีวิตเช่นนี้จะไม่กราบไหว้บูชาได้อย่างไร
เขาถึงกับจินตนาการไปว่าหากทั้งเฟิ่งเทียนต่างเลื่อมใสศรัทธาในตัวมรรคาจารย์ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่มรรคาจารย์จะมาคุ้มครองเฟิ่งเทียนด้วย หากเป็นดังนั้นอาจยังสามารถแก้ไขภาวะคับขันของเฟิ่งเทียนได้ เมื่อได้เป็นพันธมิตรกับต้าจิ่งแล้ว การเข้าต่อสู้กับอีกสามราชอาณาจักรแห่งโชคชะตาก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ หากว่าสำเร็จเฟิ่งเทียนก็จะต้องผงาดขึ้นสูงเป็นแน่!
ฉีหยวนส่ายหน้ากล่าวว่า
“การผลักดันด้วยชื่อของโอรสสวรรค์ ชาวบ้านทั่วไปไหนเลยจะยอมศรัทธาและกราบไหว้ มีแต่จะขัดแย้งกัน โดยเฉพาะเมื่อชีวิตไม่เป็นดังหมาย ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นต้าจิ่งหรือเฟิ่งเทียนล้วนต้องเข้าทำสงคราม ซึ่งขัดต่ออุดมการณ์ของข้า ข้าเพียงต้องการใช้ตัวตนของข้าเองพิสูจน์ต่อผู้คนในหล้า”
“เกรงว่าต้องใช้เวลาเนิ่นนานนัก อาจถึงขั้นท