สือเสี่ยวจู้ดวงตาเปล่งประกาย แต่สุดท้ายยังคงส่ายหน้า “ผมเห็นด้วยที่จะออกไปศึกษาข้างนอก เรียนรู้ แต่พ่อจะมาลงทุน? ไม่ได้ มันไม่สนุก ผมอยากลองพยายามด้วยตัวเองก่อน ดูว่าจะเป็นยังไง”
“ได้! ตามใจแกเลย ไป ไปดื่มกัน!” สื่อต้าจู้ดีใจมาก ในที่สุดลูกชายที่เหมือนกับน้ำตายก็คิดได้ ในที่สุดก็คืนชีพ ดีใจโว้ย!
ทว่าสื่อต้าจู้เข้าใจว่าด้วยนิสัยนี้ของลูกชาย ออกไปข้างนอกมีโอกาสสูงมากที่จะเจอทางตัน เก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก สร้างธุรกิจ? เรียนรู้? มันง่ายขนาดนั้นเลย? สุดท้ายอาจจะสืบทอดกิจการของตน ทว่าเป็นบุพการีก็ต้องมีความหวังนิดๆ ถ้าสำเร็จล่ะ? อย่างน้อยเขาก็เดินออกมาจากในเงามืด เป็นคนเป็น ไม่ใช่ท่อนไม้ คิดได้ดังนั้นสื่อต้าจู้ก็พอใจแล้ว…มิหนำซ้ำยังมีอีกความคิดหนึ่ง ขอเพียงสือเสี่ยวจู้พยายามก็อาจจะไม่ล้มเหลวไปซะทุกเรื่อง
ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าเรื่องราวสั้นๆ หลังสื่อต้าจู้กลับไปกับสือเสี่ยวจู้ ตอนนี้ในที่สุดเขาก็โล่งอก
เพราะเมื่อผ่านไปทีละวัน การประกาศโฆษณาหนังล่มเมืองที่เพิ่งเริ่มค่อยๆ ซาลง กระแสนิยมของวัดเอกดรรชนีค่อยๆ ผ่านไป ญาติโยมที่มาก็เริ่มมีเหตุผล ไม่ใช่แต่จะมาจับหลวงจีนกับลิงไปถ่ายรูป ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่มีบุพการีพาลูกมาวัดเอกดรรชนีเพื่อชมสวนสัตว์ฟรีอีกด้วย…
ญาติโยมเริ่มลดลง แต่ก็ยังมีแนวโน้มไปทางความมั่นคง ทุกวันจะมีคนมาห้าหกคน ช่วงเวลาดีๆ จะมีมาถึงยี่สิบกว่าคน นี่คือญาติโยมจริงๆ มาจุดธูปขอพร จะถามคำถ