อช่วงยามเย็น เขาเห็นสองพี่น้องหงเชียนสี่กับหงเชียนเจี๋ย สองพี่น้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ดูคึกคักไม่เบา กำลังเดินเตร่ไปมาในวัด ฟางเจิ้งนึกถึงคำพูดของระบบที่ว่าเขาก็ตอบแทนความดีให้กับอีกฝ่ายได้ แต่การตอบแทนที่ว่าจะตอบแทนยังไง? นี่คือคำถาม…คงไม่ใช่ให้สองคนนั้นตั้งครรภ์หรอกใช่ไหม…
ฟางเจิ้งมองสองคนนี้แวบหนึ่งแล้วก็หายวับไป ทว่าจีวรขาวของเขายังเด่นตามาก ดังนั้น…
“เชียนเจี๋ย ฉะ…ฉันเหมือนเห็นพี่ผีพรายเลย” หงเชียนสี่กล่าวขึ้นทันที
หงเชียนเจี๋ยตกใจสะดุ้ง “พี่อย่าล้อเล่นน่า ที่นี่วัดนะ ผีพรายที่ไหนจะดุขนาดกล้ามาที่วัด?”
“ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผีพรายนั่นเป็นหลวงจีน ไม่แน่อาจจะมาจากที่นี่…” หงเชียนสี่กล่าว
หงเชียนเจี๋ยสั่นระริก “หยุดพูดเถอะ ผมขนลุกไปหมดแล้ว ถึงพี่ผีพรายจะเป็นผีดี แต่ก็อยู่คนละโลกกัน ขอไม่เจอกันดีกว่า เอ่อ พวกเราไปพระวิหารกันไหม ไปไหว้พระพุทธองค์ในนั้นกัน เขาไม่น่าจะตามมาหรอก”
หงเชียนสี่พยักหน้า สองคนจึงเดินไปที่พระวิหาร พระวิหารบูชาพระพุทธองค์ตรีกาล ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต สองพี่น้องเข้าไปจุดธูปภาวนาเงียบๆ “พี่ผีพรายช่วยพวกเราไว้ ขอพระพุทธองค์ช่วยส่งให้พี่ผีพรายไปเกิดใหม่ด้วยเถอะ…”
ถ้าฟางเจิ้งอยู่ที่นี่ด้วยล่ะก็ ไม่รู้เลยว่าควรจะรู้สึกยังไง
………………………………………
[1]ในสมัยโบราณ ผู้เดินทางที่ต้องการค้างคืนตามวัดจะสังเกตรูปปั้นของพระเวทโพธิสัตว์ในวัดว่าถือคทาอย่างไร ถ้าถือไว้ในมือหร