าช่วยอะไรไม่ได้
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นถึงจะนึกออก แม่น้ำนี่ก็แม่น้ำธรรมดานี่ ไม่ใช่แม่น้ำขาวที่เรียบนิ่งเหมือนกระจกหน้าวัดเมฆาขาว นี่คือแม่น้ำสายย่อยของแม่น้ำซงฮวา ชื่อว่าคลองลูกข่าง เพราะผิวดินใต้แม่น้ำซับซ้อน ผิวน้ำเลยเกิดน้ำวนบ่อยๆ จึงมีชื่อเปรียบเปรยแบบนี้
คิดได้ดังนั้น ฟางเจิ้งก็รู้ว่าเขาจะรอไม่ได้แล้ว อาศัยจังหวะที่ทุกคนมองแม่น้ำหลบออกจากบนสะพาน วิ่งไปอีกด้านของสะพานที่ไม่มีใครเห็น ก่อนจะถอดรองเท้าข้ามฟากยัดเข้าไปในอก สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกระโดดลงไปในคลองลูกข่าง
หากไม่ช่วยคนก็ไม่รู้จักความยากของการช่วยคน น้ำช่วงต้นใบไม้ผลิเย็นเยียบ หนาวเข้ากระดูก ฟางเจิ้งมีจีวรขาวจันทร์คุ้มกันกาย กันหนาวกันร้อนได้ ถึงเขาจะหนาวก็ไม่เป็นไร แต่จินตนาการได้เลยว่าตอนนี้ผู้ชายที่กล้าหาญสองคนนั้นจะต้องทนกับความหนาวเพียงใดอยู่ ฟางเจิ้งอดชื่นชมสองคนนี้ในใจไม่ได้ นี่ต่างหากคือวีรบุรุษตัวจริง! แต่เขาเป็นเพียงวีรบุรุษปลอมๆ เท่านั้น ถ้าไม่มีจีวรขาวจันทร์ เขาที่ว่ายน้ำไม่เป็นคงไม่กล้าลงน้ำหรอก
ไม่ผิด ฟางเจิ้งว่ายน้ำไม่เป็น ลงน้ำปุ๊บก็จะจมลงทันที แต่คนเรามีแรงลอยตัวอยู่ ความรู้สึกที่ขึ้นไม่ได้ลงก็ไม่ได้ทำให้ฟางเจิ้งเป็นทุกข์อย่างยิ่ง ด้วยความจำใจ เขาทำได้แค่คลำไปมั่วๆ จนสุดท้ายเจอหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง เมื่อกอดหินไว้แล้วถึงจมดิ่งลงไป
ฟางเจิ้งมองทิศทางดีแล้ว จึงตรงไปอีกฟากของสะพาน
ขณะเดียวกัน ที่อีกฟากของสะพาน