ก็ได้
ฟางเจิ้งยิ้ม “ไม่เป็นไร วันนี้อาตมาจะพาคนกลับใจ”
พูดจบฟางเจิ้งนั่งขัดสมาธิลงหน้าหมู่บ้าน รอคอยอย่างสงบนิ่ง
จิ่งเหยียนงงงวยเล็กน้อย พวกชาวบ้านเห็นฟางเจิ้งจะอยู่ปกป้อง พวกเขาย่อมซาบซึ้งใจกันมาก แต่ก็พากันโน้มน้าวให้ฟางเจิ้งไปดีกว่า
“ไต้ซือ พวกเรารับเจตนาดีของท่านไว้แล้ว แต่คนพวกนั้นไม่ใช่คนดี มีคนอยู่เบื้องหลัง ท่านอยู่เดี๋ยวจะเจอเรื่องซวยเอาได้” ผู้สูงอายุคนหนึ่งพูดโน้มน้าว
ฟางเจิ้งยิ้มบอก “อมิตาพุทธ ประสกพูดไม่ถูกทั้งหมดนะ พุทธศาสนามีภาษิตว่าไว้ว่า ถ้าเราไม่ลงนรกแล้วใครจะลง[1]? ในเมื่ออาตมามาแล้วจะไม่ถอยไปดูอยู่เฉยๆ แน่” ความจริงเมื่อครู่นี้ ถ้าฟางเจิ้งจะรั้งพวกคนหัวทองไว้ก็ไม่ยาก แต่ว่าเขาคิดๆ ดูแล้วเบื้องหลังคนพวกนี้ต้องมีใครอีกแน่ ถ้าไม่ทำก็ช่าง แต่ในเมื่อลงมือแล้วก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย จะได้ไม่เหลืออันตรายไว้ให้พวกชาวบ้าน และสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา
พวกชาวบ้านโน้มน้าวอยู่นาน ฟางเจิ้งยังไม่มีทีท่าว่าจะไป เวลาผ่านไปทีละนาที
ตอนนี้เอง มีเสียงเครื่องยนต์รถดังแว่วมาแต่ไกล จากนั้นรถสองคันขับเข้ามาในหมู่บ้าน
ในรถมีคนหัวทองตัวเตี้ยนั่งอยู่ข้างชายสูงใหญ่ เอ่ยขึ้นว่า “พี่หูจื่อ ครั้งนี้พี่ต้องช่วยผมนะ ไอ้ชาวบ้านเวรพวกนั้นแม่งไม่รู้ความ ผมสั่งสอนคนอื่น แต่พวกมันดันกล้าจะทำร้ายผม! ไม่เห็นพี่หูจื่ออยู่ในสายตาเลยสักนิด”
“เอาเถอะ อย่าพูดมาก อีกเดี๋ยวจะจัดการให้เอง แต่แกจำไว้นะ จากนี