ะไรหรอก และก็ทำของประณีตไม่เป็นด้วย กระถางดอกไม้นี้คือขีดจำกัดแล้ว อย่างน้อยเจ้าตัวน้อยก็ชอบมากนะ’
แต่แลกมาเป็นเสียงหัวเราะของทุกคน…
ฟางอวิ๋นจิ้งกับหูหานกลับสนใจอักษรข้างบน ฟางอวิ๋นจิ้งเม้นไปด้วยความตกใจมาก ‘ไต้ซือ คำกลอนนี่ซื้อมาจากไหนคะ?’
ฟางเจิ้งตอบ “อาตมาเขียนเอง ทำไมเหรอ?”
ฟางอวิ๋นจิ้งได้ยินแบบนั้นก็ร้องด้วยความตกใจ “ไต้ซือเขียนเอง?”
“อวิ๋นจิ้ง ตกใจอะไร?” ฟางชิวมารดาฟางอวิ๋นจิ้งที่อยู่ข้างๆ ต่อว่า
ฟางอวิ๋นจิ้งแลบลิ้น จากนั้นนำอักษรของฟางเจิ้งเข้าไปใกล้ราวกับมอบของล้ำค่า “แม่ดูสิ อักษรนี่เป็นไง?”
ฟางชิวขมวดคิ้ว “ลูกเล่นอะไรอีกล่ะ? คงไม่ใช่อักษรของลูกหรอกใช่ไหม? อย่าให้มันน่าเกลียดนักล่ะ…”
“โอ๊ย หนูรู้ว่าแม่เป็นนักเขียนพู่กันจีนที่มีชื่อเสียง แต่ช่วยดูหน่อย” ฟางอวิ๋นจิ้งออดอ้อน
ฟางชิวยอมจำนน รับมือถือมาดู ใบหน้ายิ้มในตอนแรกแข็งค้าง จ้องอักษรด้านบนเขม็ง ฟางอวิ๋นจิ้งเห็นฟางชิวเป็นแบบนี้ก็ไม่รบกวน
ผ่านไปพักหนึ่ง ฟางชิวพ่นลมหายใจยาว “นี่อักษรของใคร? ลูกรู้จักไต้ซือที่เขียนอักษรนี่เหรอ?”
“แม่ ทำไมน้ำเสียงน่ากลัวจัง อักษรนี่ทำไมเหรอ?” ฟางอวิ๋นจิ้งถาม
“อักษรนี่ดีมากๆ แม่เคยเห็นอักษรของนักเขียนพู่กันจีนมาเยอะ อักษรนี่เป็นอันดับหนึ่งอย่างคู่ควรเลย!” ฟางชิวเอ่ยชม
“สุดยอดขนาดนั้นเลย?” ฟางอวิ๋นจิ้งปิดปาก มีสีหน้าเหลือเชื่อ
“แน่นอน อย่าลืมล่ะว่าแม่เป็นนักวิจารณ์ศิลปะพู่กันจีน เคยตัดสินงานประ