“ต้นไม้สูงกว่าหญ้า นั่นเพราะมันกระหายแสงตะวัน? ดอกไม้สวยกว่าหญ้า เพราะมันอยากงดงามกว่าเดิม?” หลี่เฟิ่งเซียนตะลึงงัน
ฟางเจิ้งมองหลี่เฟิ่งเซียน ความรู้สึกไม่ดีในตอนแรกหายไปมากกว่าครึ่ง ถามว่า “พ่อแม่โยมเป็นคนตั้งชื่อให้โยมหรือ? อาจารย์อาตมาเป็นคนตั้งชื่อให้ ความจริงแล้วควรจะเรียกว่านามทางธรรมถึงจะถูก แต่อาจารย์อาตมาไม่รู้ว่าพ่อแม่อาตมาชื่อแซ่อะไร ท่านบอกว่าตั้งชื่อแทนพ่อแม่อาตมาไม่ได้เลยเรียกนามทางธรรมมาตลอด ความจริงท่านก็ไม่รู้ว่าอาตมาไม่สนใจว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร ในสายตาอาตมาพระอาจารย์คือพ่อ และก็เป็นแม่เช่นกัน แต่จนถึงตอนที่ท่านจากไป อาตมาก็ไม่มีโอกาสได้บอก…เฮ้อ…”
หลี่เฟิ่งเซียนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิกคัก “ถ้าอย่างนั้นฉันก็มีความสุขกว่าท่านสิ ฉันมีชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ ชื่อเดิมคือหลี่หลินเยวี่ย แต่ฉันคิดว่าดวงจันทร์ในป่า (หลินเยวี่ย) ไม่เหมาะกับฉัน ฉันอยากเป็นหงส์อยากเป็นเซียน (เฟิ่งเซียน) บนฟ้าชั้นเก้า น่าเสียดายที่มันเป็นแค่ความฝัน…”
“ความฝัน?” ฟางเจิ้งอึ้งไป จากนั้นนึกอะไรออก จึงยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าว “โยม ความฝันของโยมคือแค่อยากเป็นเซียนเป็นหงส์ใช่ไหม?”
“ใช่! ถ้ามีโอกาสฉันอยากบินขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นเก้า! ไม่อยากอยู่ในร่างเน่าๆ แบบนี้แล้ว!” หลี่เฟิ่งเซียนกัดฟันพูด นัยน์ตามีความไม่พอใจต่อสภาพในตอนนี้ฉายวาบอยู่ลึกๆ
ฟางเจิ้งยิ้มบางๆ “อาตมาจะให้โชควาสนาโยมเป็นเซียนเป็นหงส์ คิดว่ายังไ