ันปี แต่กลับหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ จนกระทั่งวันหนึ่งกลับมาที่เมืองผานหลงอีกครั้ง
เมืองผานหลงในตอนนี้ทรุดโทรมลงแล้ว พังพินาศจากไฟสงคราม หลี่เฟิ่งเซียนมองเมืองที่คุ้นเคยในวันวาน พอเห็นสภาพแบบนี้ก็ถอนหายใจ สุดท้ายจึงเดินเข้าไป
ขณะยืนอยู่หน้าประตูตระกูลหลี่ หลี่เฟิ่งเซียนพบว่าตระกูลหลี่ถูกทำลายไปแล้ว! ตระกูลใหญ่ถูกทำลายไปในช่วงเวลาหนึ่ง เหลือเพียงศาลบรรพบุรุษเท่านั้น…
หลี่เฟิ่งเซียนเดินเข้าไปในศาลบรรพบุรุษที่เหมือนจะถล่มลงมา ตอนนี้เอง ป้ายหลุมศพหนึ่งดึงดูดความสนใจ เธอจึงหยิบขึ้นมา ปัดฝุ่นมองแล้วก็พลันอึ้งไป!
นั่นเป็นป้ายหลุมศพของหลี่เฟิ่งเซียนเอง!
หลี่เฟิ่งเซียนเห็นดังนั้น นัยน์ตาฉายแววเข้าใจ ยิ้มเล็กน้อยแล้ววางป้ายหลุมศพไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหมุนตัวจากไป แสงเรืองรองสายหนึ่งพุ่งลงมา ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้ว บินขึ้นฟ้าไปโดยพลัน
“อมิตาพุทธ โยมหาสิ่งที่ต้องการเจอแล้วหรือ?” ฟางเจิ้งปรากฏตัวอีกครั้ง
หลี่เฟิ่งเซียนพยักหน้าเล็กน้อย “หาเจอแล้ว ข้าเสียครอบครัวไป…ความถูกผิดในตอนนั้นไม่สำคัญแล้ว บ้านในตอนนั้นก็ไม่สำคัญแล้ว ข้าแค่อยากมีครอบครัวของตัวเองก็เท่านั้น”
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ ประนมสองมือเอ่ย “อมิตาพุทธ!”
โครม!
หลี่เฟิ่งเซียนรู้สึกแค่ว่ารอบๆ มืดมิด เธอร้องด้วยความตกใจ เมื่อพลันลืมตาขึ้นก็ตะลึงงัน เธออยู่ในวัดเล็กๆ แห่งหนึ่ง เณรในชุดคลุมขาวยืนอยู่ตรงหน้า…หลวงจีนนี่ไม่ใช่ไต้ซือที่ชี้แนะแนวทางให้เธอหรอก