ี่ยวกั๋ววิ่งไปยังเส้นทางลงเขาก่อน แต่ก็พบว่าทางลงเขามีเต็นท์ มีตำรวจทำงานอยู่ เขาเลยได้แต่แอบวิ่งกลับไป หากมีปืนเขายังสู้ไหว ตอนนี้มือเปล่าจะสู้ตำรวจที่มีอาวุธได้ยังไง? เขาไม่ได้โง่ขนาดนั้น…
เขาเดินอ้อมในป่าข้างหลัง แม้จะมีอาหารป่า แต่ก็มืดแล้ว สัตว์ต่างๆ หายไปหมด เขาไม่กล้าจุดไฟด้วย กลัวจะเรียกตำรวจมา
ภายใต้ความหิว ฝนตกกระหน่ำลงบนต้นไม้ราวกับผีร้ายกำลังปรบมือ ตกลงบนตัวเขาหนาวเยือกเข้ากระดูก! ต่อให้เขาเป็นชายร่างกำยำแบบนี้ก็ยังทนไม่ไหวอยู่บ้าง
บนเขาไม่มีถ้ำ และก็สร้างที่หลบไม่ทันแล้ว ด้วยความจำใจ หานเซี่ยวกั๋วจึงกัดฟัน…
ปึงปึงปึง…
เสียงเคาะประตูดังต่อเนื่องกัน
ฟางเจิ้งแคะหู พูดพึมพำ “แปลก เสียงฟ้าผ่าถี่ไปรึเปล่า”
หานเซี่ยวกั๋วนอกประตูแทบจะร้องไห้ ฝนก่อนเข้าหน้าหนาวหนาวมาก ซ้ำยังเป็นกลางคืน อุณหภูมิลดต่ำลงเร็วมาก หนาวจนฟันกระทบกันดังกึกๆ เขากระโดดไปมาอยู่กับที่ กำแพงวัดไม่สูง ปีนข้ามไปได้ง่ายๆ แต่พอนึกถึงความน่ากลัวของหลวงจีนนั่นแล้วกลับไม่กล้าฝ่าฝืนกฏ ได้แต่เคาะประตูต่อไป…
ปึงปึงปึง…
“มีเสียงฟ้าผ่าแต่ทำไมไม่เห็นฟ้าแลบล่ะ?” ฟางเจิ้งยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง มองฟ้าพลางพึมพำ
“โฮ่งๆๆ…” หมาป่าเดียวดายข้างๆ ทนมองต่อไปไม่ได้จึงเห่า
“หา? อะไรนะ? มีคนเคาะประตูอย่างนั้นเหรอ? บ่ะ…ปลาตัวใหญ่กลับมาแล้ว เกือบลืมเขาไปแล้วเชียว” ฟางเจิ้งรีบออกไป พอออกมาก็หัวเราะ! เดิมทีคิดว่าต้องเปียกแน่ๆ แต่ไม่นึก