แชะ!
หัวหมาป่าโผล่มาตอนไหนไม่รู้ ขวางเลนส์กล้องไปมากกว่าครึ่ง!
“หมาบ้า ไปตรงนู้น! อย่าขวางเลนส์กล้อง” ฟางเจิ้งต่อว่า หมาป่าเดียวดายจึงหลีกไปข้างๆ
เซ็ตฉากใหม่อีกรอบ!
แชะ!
ใต้กางเกงฟางเจิ้งมีลิ้นสุนัขโผล่มา!
“ไอ้หมาบ้า จะอยู่นิ่งๆ ได้ไหม? ไปอยู่ตรงนู้นเลย ห้ามเข้ามาใกล้ตรงนี้!” ฟางเจิ้งจนปัญญาจริงๆ
แชะ!
ตรงขอบรูปภาพมีกงเล็บเพิ่มมา!
“หมาบ้า แกไปหลบข้างหลังฉัน ห้ามโผล่หัวมา! ยืนตรงต้นไม้นั่น ห้ามขยับล่ะ!” เมื่อฟางเจิ้งมั่นใจแล้วว่าตนบังเงาหมาป่าเดียวดายได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วก็ถ่ายอีกครั้ง!
แชะ!
“หมาเวร แก…แกอย่าแย่งซีนฉันได้ไหม! ใครสอนให้แกทำท่าทางเซ็กซี่แบบนี้กัน?” ฟางเจิ้งจะเป็นบ้าแล้ว หมาป่าเดียวดายไม่มีที่ขยับแล้วจริงๆ แต่เจ้านี่ไปนอนหมอบอยู่บนต้นไม้ ขาขวาทับขาซ้าย เหมือนภาพนางแบบในนิตยสารเปี๊ยบ…แถมยังทำหน้าแบบนั้น ทำให้อยากตบปากมันสักสองที!
ถูกรบกวนหลายครั้งเข้าฟางเจิ้งก็ยอมแพ้ ดึงหมาป่าเดียวดายลงมาถ่วยรูปด้วยกัน!
ดังนั้นแล้วภาพข้างหลังฟางเจิ้งจึงเป็นหมาป่าตัวใหญ่สีเงินเจ้าเล่ห์ที่มือข้างหนึ่งตั้งขึ้นตรงหน้าอก ส่วนมืออีกข้างปล่อยไว้ข้างลำตัว! ก็ยังกลัวว่ามันจะทำอะไรไม่ดี ดีที่มันฉลาดเหมือนกัน ไม่ก่อกวนที่ไหนเลย แต่ร่วมมือกับเขาอย่างว่าง่าย เงยหน้ามองฟ้า ยืนหยัดด้วยความภูมิใจ อีกเดี๋ยวก็หมอบอยู่ตรงหน้าฟางเจิ้งราวกับสุนัขผู้ปกปักเทพ พอหมาป่าเดียวดายจริงจังขึ้นมา ก็เริ่มแสดงด้านของห