นงง ออกไปตรวจรอบหนึ่ง พอกลับมาก็เห็นว่าตรงประตูบ้านมีโน๊ตเพิ่มมาแผ่นหนึ่ง ให้เขาแจ้งตำรวจ!
“เด็กบ้านไหนมาก่อเรื่องแบบนี้อีกแล้ว” หวังโอ้วกุ้ยด่าทอและก็คิดว่าไม่มีอะไร ตอนนี้เองได้ยินจากข้างนอกว่ามีพนักงานส่งด่วนรถคว่ำจึงรีบออกไป
เห็นหูทั่นควักมือถือมาแจ้งตำรวจ หวังโอ้วกุ้ยก็รู้สึกไม่ดีจึงถาม “ไอ้หนู เกิดอะไรขึ้น?”
หูทั่นไม่มีเวลาสนใจหวังโอ้วกุ้ย สื่อว่าให้หวังโอ้วกุ้ยรอก่อนแล้วแจ้งตำรวจไปว่า “ผมอยู่หมู่บ้านเอกดรรชนีครับ มีคนซ่อนอยู่ในรถส่งด่วนของผม พอรถคว่ำถึงรู้ผมเลยแกล้งหมดสติ อีกฝ่ายหน้าตายังไงผมเห็นไม่ชัด แต่เขาบอกว่าดีที่ผมหมดสติ ถ้าไม่อย่างนั้นคงต้องฆ่าปิดปาก ผมไม่ได้โกหกนะ พวกคุณมาดูเองก็ได้…”
‘ฆ่าเหรอ?’ หวังโอ้วกุ้ยรีบหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมา ด้านบนเขียนชื่อฟางเจิ้งไว้
‘เจ้าหนูนั่นน่าจะให้ฉัน แต่ทำไมเขาไม่แจ้งตำรวจเองล่ะ?’ หวังโอ้วกุ้ยสงสัยในใจ แต่ก็คิดได้ว่ายอมเชื่อเรื่องนี้ดีกว่าไม่เชื่อ จึงแย่งมือถือของหูทั่นมา ตะโกนไป “ผมเป็นผู้ใหญ่บ้านเอกดรรชนี ผมเป็นพยานให้ไอ้หนูนี่เอง! ในหมู่บ้านเรามีฆาตกรจริงๆ! ดี ดี ผมจะรอพวกคุณที่หน้าหมู่บ้าน รีบมาล่ะ!”
หวังโอ้วกุ้ยเงยหน้าขึ้น พนักงานส่งด่วนหายไปแล้ว?
“ไอ้หนูเมื่อกี้ล่ะ?” หวังโอ้วกุ้ยถามชาวบ้าน
“ไปแล้ว วิ่งขึ้นเขาไป” มีคนชี้ไปยังเงาแผ่นหลังหูทั่น
หวังโอ้วกุ้ยจึงพูดขึ้น “ไอ้หนู แกจะไปไหน? ตำรวจต้องให้แกช่วยอีกนะ”
“ขึ้นเขา! บอกไต้ซือ