ือสีห้ามเป็นสีสันหรือเป็นสีบิรสุทธิ์ สองชุดใหม่ทั้งหมดจะต้องมีสีอีกสีอยู่จุดหนึ่ง เพื่อทำลายความเรียบร้อยของสีผ้าและเลี่ยงความอยากในเครื่องนุ่งห่ม นี่เรียกว่า “ทำลายสี”หรือ “กดความบริสุทธิ์”
ฉันคิดในหัวถึงทุกอย่างที่เชื่อมโยงกัน แต่ไม่เคยมีใครสวมจีวรขาวเลย!”
ถ้าบอกว่าฟางเจิ้งเรียนไม่เก่ง เขายอมรับ แต่ถ้าเรื่องเกี่ยวกับกฏพุทธศาสนาเขาเข้าใจเยอะมาก เพราะหลวงจีนหนึ่งนิ้วคือคนที่เคร่งเรื่องกฏมาก เขาพูดให้ฟางเจิ้งฟังเกี่ยวกับกฏต่างๆ มาตั้งแต่เด็ก ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังท่องจำจนขึ้นใจ
แม้ฟางเจิ้งจะแปลกใจว่าทำไมหลวงจีนหนึ่งนิ้วเจ้าอาวาสวัดเล็กถึงรู้เยอะขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายก็บ่ายเบี่ยงไม่ตอบมาตลอด ฟางเจิ้งจึงล้มเลิก ตอนนี้มาคิดๆ ดู ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัดกลุ้ม ความรู้เหล่านี้ไม่มีทางที่หลวงจีนเฒ่าในหมู่บ้านภูเขาจะรู้ทั้งหมดได้ เพราะฟางเจิ้งพบว่าวัดเล็กจำนวนมากยังไม่ศึกษากฏเหล่านี้เป็นพิเศษเลย ส่วนใหญ่จะปล่อยตามใจชอบมากกว่า
………………………
[1] กาสะวะ จีวรที่ย้อมด้วยน้ำฝาด ซึ่งก็คือผ้าไตรจีวรทั้งสามผืนนั่นเอง
[2] เจี้ยนเยวี่ยลวี่ซือ คือ พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงสมัยราชวงศ์หมิง บรรพบุรุษรุ่นสองของนิกายวินัยเป่าหวา(1601-1679)