แต่ฟางเจิ้งก็ยังถามระบบก่อน “ว่ายังไง?”
“แรงงานแลกค่าตอบแทน สมเหตุผล”
ดังนั้นฟางเจิ้งที่เป็นมะเร็งขี้เกียจระยะสุดท้ายจึงพยักหน้า “ได้”
“ถัง ถัง ถัง ไต้ซือถังอยู่ไหน? ผมจะเอาถังใหญ่!” พั่งจื่อได้ยินดังนั้นก็ดีใจ หิวไม่เป็นไร ตอนนี้แค่อยากกินน้ำ!
แก๊ง!
ฟางเจิ้งเอาถังใหญ่ที่เขาแบกน้ำออกมาจากห้องครัว ถังเหล็กใหญ่สูงหนึ่งเมตรสอง กว้างครึ่งเมตรวางอยู่ตรงหน้าพั่งจื่อ
พั่งจื่อที่เพิ่งตื่นเต้นดีใจพลันตะลึงค้าง ชี้ถังน้ำพลางว่า “ไต้ซือ ท่านหยิบผิดถังรึเปล่า? แน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่โอ่งน้ำ?”
ฟางเจิ้งชี้โอ่งน้ำที่ใหญ่กว่าในครัว “นั่นคือโอ่งน้ำ โยมจะลองหน่อยไหมล่ะ?”
พั่งจื่อชำเลืองตามองโอ่งน้ำแวบหนึ่ง พลันมีสีหน้าขมขื่นแอบด่าทอในใจ‘ไอ้เวร! นั่นมันโอ่งน้ำเรอะ? นั่นคือโอ่งน้ำบ้านแกเรอะ? นี่มันยังกับอ่างอาบน้ำ? คุณพั่งลงไปว่ายน้ำยังได้เลย!’
ฟางเจิ้งย่อมเข้าใจความลำบากของพั่งจื่อ แต่ก็ยังพูดเสริมด้วยความชั่วร้าย “ถังนี่ใหญ่ที่สุดแล้ว ถ้าโยมไม่ชอบที่มันยังเล็กไป ก็แบกโอ่งน้ำลงไปเถอะ”
“ไม่เล็กแล้วๆ” พั่งจื่อรีบตอบ จากนั้นลองยกถังน้ำดูเหล็กดู ไม่ถือว่าหนัก และก็ไม่เบา แบกคนนึงยังพอไหว แต่ว่าหากมีน้ำด้วย…พั่งจื่อหน้าสลดทันที ทั้งยังชำเลืองตามองโหวจื่อแวบหนึ่ง โหวจื่อกำลังเอาสองมือล้วงกระเป๋า ผิวปาก มองฟ้า ทำเหมือนมองไม่เห็น ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น
พั่งจื่อเดินเข้าไปเตะก้นโหวจื่อทีหนึ่ง “นายอยากกินน้ำไหม? ถ้า