“นี่ๆ ฟางเจิ้ง ดูให้น้าหน่อยสิว่ายังมีลูกได้หรือเปล่า?” น้าวัยเกือบห้าสิบเข้ามาใกล้
ฟางเจิ้งคิดในใจอย่างขมขื่นยิ่ง ‘น้านี่อายุเกือบห้าสิบแล้วยังจะมีลูกอะไรอีก? ไม่เหนื่อยเรอะ? อีกอย่าง น้าจะมีลูกได้หรือเปล่าผมจะไปดูออกได้ยังไง ไม่ใช่หน้าที่ผมสักหน่อย…’
แต่ฟางเจิ้งกลับตอบไปว่า “น้า จะมีได้ไหมน้าต้องถามพระโพธิสัตว์กวนอิม หากน้าต้องการจริงๆ ก็ให้ขออย่างเชื่อมั่น มันก็จะสัมฤทธิ์ผล แต่น้าอายุเยอะไปหน่อยแล้ว มีลูกตอนนี้กลัวว่าจะ…”
“ใช่ ยายแก่ อายุเยอะแล้ว อย่าพูดจาเหลวไหลหน่า” สามีของน้าต่อว่า
“ไปนู่นเลยไป! อายุเยอะเหรอ? จะทิ้งฉันรึไง? อย่าบอกนะว่าคุณไปเจอสาวเด็กๆ ข้างนอก?” น้าโกรธแล้ว สามีถูกลากไป สรุปในความคิดฟางเจิ้งลอยขึ้นมาเป็นภาพทัณฑ์ทรมานโดยอัตโนมัติ
มีคนบ้านเดียวกันทั้งหมดยี่สิบกว่าคนเข้ามา ส่วนใหญ่จะมามุงดู ไม่ได้มาขอลูก
แต่ก็มีวัยรุ่นคู่หนึ่งถูกผลักออกมาอย่างไม่เต็มใจ
“พี่ฟางเจิ้ง สวัสดี” สองคนเงยหน้าขึ้น
ฟางเจิ้งอึ้งไป ไม่นึกเลยว่าสองคนนี้จะเป็นคนที่ตามหลังเขาตอนยังเด็ก! เป็นเด็กในหมู่บ้าน ผู้ชายชื่อว่าหม่าหยวน เด็กสาวชื่อหลิวเซียง ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเด็กสองคนข้างหลังจะมาอยู่ข้างหน้าเขา…เห็นแววตาที่รักกันของสองคนนี้แล้ว ฟางเจิ้งพลันรู้สึกโดดเดี่ยวปานได้กินข้าวสุนัข แต่ก็ทำได้เพียงท่องอมิตพุทธในใจ สงบลง
“พวกเธอสองคนแต่งงานกันแล้วเหรอ?” ฟางเจิ้งถาม
หม่าหยวนตอบ “พี่ใหญ่ฟาง พวกเราแ