ทั้งวัดเปลี่ยนไปแล้ว!
กำแพงวัดที่เดิมทีถล่มลงซ่อมกลับมาใหม่อีกครั้ง เป็นผนังสีแดงดูเด่นตาเป็นพิเศษ
ต้นโพธิ์ที่แห้งตายไปนานแล้วภายในลานมีสีเขียวขึ้นมา กิ่งไม้แก่มีหน่ออ่อน!
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็ด่ายิ้ม “เจ้านี่แตกกิ่งในฤดูใบไม้ร่วงเนี่ยนะ ไม่กลัวถูกแช่แข็งตายเรอะ? จริงๆ แล้วก็ยังอยากจะตัดแกไปทำฟืนอยู่เหมือนกัน แต่เป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้”
น่าเสียดายต้นโพธิ์พูดไม่ได้ขยับไม่ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นคงต้องตบปากมันสักที…
ซ่อมอุโบสถเสร็จแล้ว มีภาพแกะสลักสวยงาม ชายคายกสูง สวยงามจริงๆ! ขณะเดียวกันทุกที่มีกลิ่นอายของธรรมะ นี่คือความงามแบบธรรมชาติ งามจนเหมือนกับศิลปะธรรมชาติชั้นสูง!
ตรงประตูก็มีเทวรูปพระเวทโพธิสัตว์[2] เดิมทีแขนหายไปข้างหนึ่ง คทาสยบมารในมือก็ชำรุด ตอนนี้ยืนอยู่ตรงนั้นสมจริงราวกับมีชีวิต เดิมทีชุดเกราะสีลอกไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาทองอร่ามอีกครั้ง พระหัตถ์ข้างหนึ่งเท้าสะเอว พระหัตถ์อีกข้างกดคทาสยบมารลงพื้น ดูน่าเกรงขามและยิ่งใหญ่มาก!
วัดเอกดรรชนีเป็นวัดเล็ก เทวรูปพระเวทโพธิสัตว์สร้างขึ้นแบบนี้ บอกกับผู้มาเยือนว่านี่คือวัดเล็ก ไม่ดูแลอาหารสามมื้อ หากเป็นวัดขนาดกลางอย่างเช่นวัดเมฆาขาว พระเวทโพธิสัตว์ในพระวิหารจะใช้สองมือกอดคทาสยบมาร ความหมายคือดูแลอาหารและที่พักสามวัน หากเป็นวัดใหญ่อย่างวัดเส้าหลิน พระเวทโพธิสัตว์จะกอดคทาสยบมาร สองมือประนม ความหมายคือดูแลอาหารและที่พักเจ็ดวัน!
ดังนั้นแล้ว