ายหยกสีขาวรูปกระบี่เอาไว้ เขานั้นวิ่งมาหาลั่วเหอ เมื่อลั่วเหอเห็นก็คำนับหลินเทียน
“ท่านมีอะไรงั้นรึ?”
หลินเทียนใช้มือขวากดมือทั้งสองที่กำลังคำนับของลั่วเหอลง และกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ทรงพลัง
“เรียกท่านอะไรกัน เรานับเป็นสหายกันแล้ว เรียกข้าว่าหลินเทียนเถอะ ฮ่าๆ”
ลั่วเหอพยักหน้าเข้าใจ และกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เบาอย่างมาก
“หลินเทียน…”
หลินเทียนยิ้มและหัวเราะออกมา จากนั้นก็เดินนำลั่วเหอไปยังจุดสุดท้ายที่มีคนมากมายต่างมารวมตัวกัน ลั่วเหอและหลินเทียนเป็นหนึ่งในนั้น ชายชราหลังค่อมผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์ของสำนักศึกษาชี้ฟ้า ตะโกนเรียกเหล่าศิษย์ใหม่ให้มารวมตัวกัน
จากนั้นได้มีเรือยักษ์ลอยลงมาจากฟ้า เป็นเรือไม้ที่ดูเก่า ที่สามารถลอยและเคลื่อนที่บนท้องฟ้าได้ ด้านบนเรือนั้นทุกมุมของเรือล้วนมีศิษย์สำนักศึกษาชี้ฟ้าที่อยู่ใต้คำสั่งชายชราผู้นี้ ต่างใช้พลังปราณยกเรือและบังคับเรือให้ลอยและเคลื่อนที่ไปด้านหน้า หรือเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวา
“รีบขึ้นมากันได้แล้ว!”
ศิษย์ตบะระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นสูงสุดต่างกระโดดขึ้นเรือ แต่ศิษย์ที่ตบะเล็กน้อยแบบลั่วเหอและหลินเทียนต่างเดินขึ้นสะพานไม้ยาวที่ต่อกับเรือบิน