เมื่อได้ยินว่าวิหคสี่ปีกจะร่วมมือกับตระกูลเหลียน ฮวาน่งอิ่งจึงสบายใจขึ้น เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์มองบุตรชายตนจึงเอ่ยว่า “ข้าขอแนะนำสักหน่อย นี่คือเหลียนเจ๋อ บุตรชายคนรอ องของข้า นี่คือซือหม่าโยวเย่ว์”
“เจ้าตำหนักของตำหนักว่านชิงและตำหนักเมฆทะยานหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างประหลาดใจอยู่บ้าง
“เป็นจริงตามนั้น ได้ยินมาว่าเจ้าช่วยเหลือบุตรชายของพี่ใหญ่ข้าเอาไว้ ขอบคุณเจ้ามากนะ” เหลียนเจ๋อประสานหมัดคารวะ
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าเหลียนเจ๋อเยาว์วัยถึงเพียงนี้ก็เป็นถึงเจ้าตำหนักแห่งตำหนักเมฆทะยานแล้ว หากเขามิได้มีพรสวรรค์เหนือผู้ใดก็ต้องมีความสามารถโดดเด่นเหนือผู้คนแล้ว
“เจ้าตำหนักเหลียนอย่าได้เกรงใจไปเลย” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดท่านจึงไม่เข้าไปหารือธุระข้างในเล่า”
“ข้าเข้าไปไม่ได้หรอก” เหลียนเจ๋อพูด “ตอนนี้ข้าเป็นเจ้าตำหนักว่านชิง คราวนี้กลับมาโดยบังเอิญ ตามกฎของตำหนักว่านชิง ถ้าหากกลับมาอย่างเป็นส่วนตัว ก็มิอาจมาทำธุระในนามของสำนัก ได้ ถ้าหากข้าอยากจะข้องเกี่ยวกับธุระของตระกูล ก็ยังต้องกลับสำนักไปขอกับท่านเจ้าตำหนักก่อน”
เอ่อ…
สิ่งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้ศิษย์ในสำนักอาศัยชื่อของสำนักไปทำเรื่องเลวทร