ราณฟ้าดินเท่านั้นจึงจะจารึกได้ และยังห้ามซ้ำกัน
เขาปิดคัมภีร์ภูผาสมุทรแล้วกลับไปยังลานเรือน ดูดซับส่วนกิ่งของต้นวิญญาณปฐพี ทำให้คัมภีร์ภูผาสมุทรมีภาพวาดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหน้า ไปฉีจ้องมองตำราหินในมือของเขา ถามด้วยความสงสัยว่าสิ่งนี้คืออะไร เจียงฉางเซิงตอบว่าสมบัติที่ข้าทำขึ้นเอง ยังไม่มีประโยชน์อะไรในตอนนี้หรอก
ไปฉีไม่เชื่อ คิดว่าสิ่งนี้ต้องไม่ธรรมดา แต่เจียงฉางเซิงไม่อยากพูดอะไรมาก ไปฉีจึงต้องเก็บคำพูดไว้ สังเกตการณ์อย่างเงียบๆ เจียงฉางเซิงพลันมองไปยังไปฉี หวงเทียน และเฮยเทียน เพื่อเสริมพลังให้กับคัมภีร์ภูผาสมุทร จึงต้องยอมลำบากกันหน่อย
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป ไปฉี หวงเทียน และเฮยเทียนตัวสั่นระริกมองเขา เจียงฉางเซิงจ้องไปที่คัมภีร์ภูผาสมุทรในมือ บนคัมภีร์มีภาพของหวงเทียนและเฮยเทียนเพิ่มขึ้นมา แต่ไม่มีภาพของไปฉี ดูเหมือนว่าสัตว์ปีศาจทุกตัวอาจจะไม่เหมาะ ต้องดูที่พรสวรรค์หรือสายเลือดด้วย หวงเทียนและเฮยเทียนมีพรสวรรค์ที่เทียบเท่ากับมัจฉาปักษาและไท่ชุย ไม่ก็สายเลือดของพวกมันไม่ธรรมดา มิใช่สัตว์ปีศาจทั่วไป ที่สำคัญที่สุดคือ เจาสองตัวนี้กลับมินับเป็นชนิดเดียวกัน ทำให้เขาประหลาดใจอย่างยิ่ง ใต้ภาพวาดแต่ละภาพในคัมภีร์ภูผาสมุทรล้วนมีชื่อปรากฏขึ้นตามที่เจียงฉางเซิงเข้าใจ
เขาเก็บคัมภีร์ภูผาสมุทรพร้อมพูดว่า “คัมภีร์เล่มนี้เก็บวิญญาณของพวกเจ้าไว้ ต่อไปถึงแม้พวกเจ้าจะตายอยู่ข้างนอก ข้าก็สามารถชุบ