เมื่อเห็นรัศมีสีทองสายนั้น บรรดาวิหคในที่นั้นต่างก็นึกอยากสวามิภักดิ์จากก้นบึ้งของหัวใจ พลังสายโลหิตที่สูงส่งยิ่งกว่าพญาวิหคสายหนึ่งทำให้พวกมันรู้สึกสั่นสะท้านจากวิญญาณ ณเลยทีเดียว
รัศมีสีทองจางหายไป เพลิงชาดก็มาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อเห็นรอยเลือดที่มุมปากของเธอจึงขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วพูดอย่างตำหนิว่า “เหตุใดเจ้าจึงไม่เรียกข้าออกมาเล่า า”
แรงกดดันของเผิงเฟิงจางหายไปตั้งแต่ตอนที่เพลิงชาดปรากฏตัว ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืนแล้วเช็ดเลือดที่มุมปาก หลังจากที่หยิบยาวิเศษเม็ดหนึ่งออกมากินลงไปแล้วจึงเอ่ยว่า “มิใช่ข้า าเห็นว่าเจ้าอยู่ในนิทรา จึงคิดว่าถ้าสุดท้ายไม่ไหวจริงๆ แล้วค่อยเรียกเจ้าหรือไร”
เพลิงชาดมองซือหม่าโยวเย่ว์ เป็นเพราะว่ายามปกติตนออกมาน้อยเกินไป ทำให้เหมือนว่าตนไร้ซึ่งตัวตนอย่างนั้นหรือ เด็กสาวผู้นี้เป็นเจ้าของตนแต่กลับมิได้ติดนิสัยพึ่งพาตนเลย
นี่เป็นสิ่งที่ตนเคยหวังจะได้เห็น ตอนนี้ได้เห็นแล้วกลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ในตอนนั้นนางยังอ่อนแออย่างยิ่ง เพิ่งจะเริ่มต้นฝึกยุทธ์ กลัวว่าหลังจากที่นางล่วงรู้ถึงพลัง งยุทธ์ของตนแล้วจะพึ่งพาอาศัยตนมากเกินไปจนสูญเสียแรงบันดาลใจ ต่อมา