งินเลยสักแดงเดียวได้ ทั้งยังต้องเส สียเงินจนหมดตัวอีกด้วย”
ผู้จัดการโฉวหนังตากระตุก สัญชาตญาณบอกเขาว่าเจ้าเด็กผู้นี้ทำได้อย่างที่พูดจริงๆ เสียด้วย!
“ก็ได้ๆ” เขาโบกไม้โบกมือแล้วเอ่ยว่า “แบ่งให้พวกท่านครึ่งหนึ่งก็ได้ แต่ต่อไปหากท่านจะทำอะไรก็อย่าเก็บข้าในราคาสูงจนเกินไปนัก”
พอเอ่ยคำพูดนี้จบเขาก็สะดุ้ง เหตุใดตนจึงเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกไปได้เล่า
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “นี่ก็ต้องดูก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร! แต่เห็นแก่ความเบิกบานใจของผู้จัดการโฉว ในภายหน้าหากมีธุระอะไรข้าจะลดให้ท่านร้อยละสิบเลย”
พอพูดจบเธอและเป่ยกงถังก็เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก เดินไปได้สองก้าวจึงหันหน้ากลับมาแล้วเอ่ยว่า “การพนันพวกนี้ไม่ถูกต้องเลยสักทาง ท่านจะไปหลอกคนให้มาลงพนันอีกก็ได้นะ”
พอพูดจบทั้งสองคนจึงค่อยเดินจากไป ทิ้งให้ผู้จัดการครุ่นคิดคำพูดของเธอต่อ
ไม่ถูกเลยสักทางอย่างนั้นหรือ
หรือยังจะมีความเป็นไปได้อื่นใดอีกเล่า
ตนจะต้องเชื่อเขาหรือไม่
เอาเถิด เชื่อก็แล้วกัน ถ้าหากตนแพ้พนัน เขาก็มิอาจทำเงินได้เช่นกันมิใช่หรือ
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาจึงฟาดต้นขาฉาดใหญ่ในทันใดพลางตะโกนว่า “ซวยแล้วสิ! พูดเพียงแค่ว่าถ้า