ย่อมต้องจ่ายสิ่งแลกเปลี่ยนอย่างแน่นอน เรื่องนี้ถูกเล่าลือต่อไปเรื่อยๆ แต้มเซ่นไหว้ของเจียงฉางเซิงกำลังเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว
ปีซุนเทียนที่สามสิบ ต้นเดือนหนึ่ง ฮ่องเต้เสด็จกลับมาคารวะเจียงฉางเซิงเป็นอย่างแรก เขารู้สึกละอายใจที่เพราะความประมาททำให้เจียงฉางเซิงต้องสูญเสียอายุขัย
“ใต้หล้ากว้างใหญ่ มีวิชายุทธ์มากมายนัก ต้าจิ่งยังต้องเพิ่มพูนความรอบรู้ในวิชายุทธ์ให้มากขึ้นอีก” เจียงฉางเซิงบอกเป็นนัย ราชาพิษผู้นั้นแข็งแกร่งจริงๆ หากมิใช่เพราะเจียงฉางเซิงเป็นผู้ฝึกเซียน คงไม่มีผู้ใดจับสังเกตได้ว่าเขาลักลอบเข้ามา
ฮ่องเต้ซุนเทียนพยักหน้ายอมรับ ต่อหน้าเจียงฉางเซิงเขาก็ไม่เรียกแทนตนเองว่าเราอีกต่อไป เขารู้ว่ามรรคาจารย์สำคัญกับต้าจิ่งมากกว่าสิ่งใด หากไร้มรรคาจารย์ ต้าจิ่งก็คงถูกอำนาจอื่นกลืนกินไปแล้ว ประประชาชนทั่วหล้าต่างเข้าใจเรื่องนี้ดี ต่อให้นับความดีความชอบของฮ่องเต้แต่ละสมัยรวมกันก็ยังไม่มากเท่าคุณงามความดีของมรรคาจารย์
ฮ่องเต้ซุนเทียนจากไปอย่างร้อนรน หลังจากนั้นทุกวันจะมีองครักษ์ชุดขาวนำของบำรุงและสมุนไพรวิเศษอันล้ำค่ามามอบให้ เจียงฉางเซิงทั้งปลื้มปีติและจนใจ วันขึ้นปีใหม่มาเยือน ฮ่องเต้ซุนเทียนพาเจียงเชอมาฉลอง รินชาให้เจียงฉางเซิงด้วยตนเองเพราะกลัวเขาจะเหน็ดเหนื่อย เจียงฉางเซิงรู้สึกขบขันที่เจ้าหนูคนนี้คงคิดว่าเขาจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี
ฮ่องเต้ซุนเทียนทราบจากปากไปฉีว่าเจียงฉางเซิงยิงธนูดอกหน