ต่างก็พูดเช่นนี้ จึงพูดอย่างลำบากใจอยู่บ้างว่า “ในเมื่อทุกคนต่างก็พูดเช่นนี้ หญิงชราอย่างข้าก็รู้สึกเป็นเกียรติ…”
“ถ้าหากบอกว่าพลังยุทธ์แข็งแกร่งที่สุด ก็น่าจะเป็นซือหม่าโยวเย่ว์แห่งตระกูลซือหม่ากระมัง”
คำพูดของบรรพชนน่าหลานถูกคนขัดจังหวะ วาจาประโยคสุดท้ายติดอยู่ในลำคอมิได้ออกมา
“ซือหม่าโยวเย่ว์คือใครกัน” มีคนถามขึ้น
รอยยิ้มบนใบหน้าบรรพชนน่าหลานชะงักค้าง นางมองไปทางคนที่เอ่ยวาจา ซึ่งก็คือซางเฉียงหลีนั่นเอง
“ซือหม่าโยวเย่ว์ รุ่นอักษรโยว คงจะเป็นรุ่นเยาว์ที่สุดของตระกูลซือหม่ากระมัง” นางถามพลางมองประมุขตระกูลน่าหลาน
“ใช่ขอรับ ท่านบรรพชน” ประมุขตระกูลน่าหลานเอ่ยตอบ
“คนรุ่นเยาว์ผู้หนึ่ง จะบำเพ็ญมาได้สักกี่ปีกัน คนพรรค์นี้จะเป็นผู้ที่มีพลังยุทธ์แข็งแกร่งที่สุดได้อย่างไรเล่า เด็กอย่างเจ้าอย่ามาเอ่ยปากพูดสุ่มสี่สุ่มห้า คอยฟังอยู่หลังผู้ใหญ่ในตระกูลเฉยๆ ก็พอแล้ว” มีคนไม่พอใจขึ้นมา
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าซางเฉียงหลีจะพูดถึงชื่อตนขึ้นมา เธอที่มิได้สนอกสนใจมาตลอดจึงเงยหน้ามองไปทางซางเฉียงหลี
ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้น คนอื่นๆ ต่างก็พากันมองไปทางเขาเช่นเดียวกัน
ซางเฉียงหลีไม่โกรธ แล้วพูดต่อไปว่า