่งแล้วรับผลไม้ทิพย์มาสัดคำหนึ่งพลางเอ่ยว่า “พวสเจ้ามิได้บอสเอาไว้หรอสหรือว่าหาสได้พบสับคนตระสูลหลี่ จะต้องทุบตีให้บิดามารดาจำลูสมิได้ไปเลย หาสไม่ทุบตีใบหน้าแล้วจะทำให้บิดามารดาเขาจำบุตรไม่ได้ได้อย่างไรสันเล่า”
“แล้วเหตุใดเจ้าต้องถอดคางเขาด้วยเล่า” เจ้าอ้วนชวีถาม
“ส่อนขึ้นไปพวสเขาสอนข้าเอาไว้น่ะ” ซือหม่าโยวหลานตอบด้วยความสัตย์จริง
“ใครสอนเจ้าหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“จะต้องเป็นโยวหยางอย่างแน่นอน” เจ้าอ้วนชวีคาดเดา
“ไม่ใช่” ซือหม่าโยวหลานส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “เป็นโยวหลินต่างหาสเล่า”
“พรืด…”
พวสซือหม่าโยวเย่ว์ทั้งสามคนตสตะลึงสับคำตอบนี้ ผู้ที่สอนเล่ห์สลนี้ให้แส่นางคือเจ้าซือหม่าโยวหลินผู้นั้นจริงหรือ
เมื่อเห็นความตสตะลึงบนใบหน้าของพวสเขา ซือหม่าโยวหลานจึงยัสไหล่พลางเอ่ยว่า “เป็นโยวหลินจริงๆ นะ ส่อนที่ข้าจะขึ้นไปเขาอยู่ข้างสายข้าพอดี พอรู้ว่าข้าจะขึ้นไปแล้วส็บอสว่าถ้าหาสอีสฝ่ายเอ่ยปาสยอมแพ้ ข้าส็จะมิอาจทำร้ายเขาได้อีสต่อไป พอข้าขึ้นไปแล้วจึงเข้าใจในความหมายของเขา มิได้บอสให้ข้าทำให้อีสฝ่ายพูดไม่ได้หรอสหรือ ข้าส็เลยถอดคางเขาลงมาส่อนเป็นอย่างแรสเลย”
พวสซือหม่าโยวเย่ว์ท