ี้ถึงเวลาที่เจ้าควรตัดสินใจแล้วล่ะ” เว่ยจือฉีพูด
เป่ยกงถังพูดเสริมว่า “ในเมื่อเจ้าตัดสินใจที่จะให้พวกเขาอยู่ต่อแล้ว ก็ต้องอยากให้พวกเขามีสภาพแวดล้อมที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ตระกูลซือหม่าจะเป็นเนื้อชิ้นอวบสำหรับขุมอำนาจทั้งหลายอยู่น่ะสิ”
“ดังนั้นพวกเราจึงคาดเดากันว่าต่อไปเจ้าจะต้องลงมือเคลื่อนไหวแล้วแน่นอน” เจ้าอ้วนชวีสรุป
“ข้าจะเคลื่อนไหวอะไรได้เล่า ข้าก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น จะไปทำอะไรได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“พี่ชายมีความคิดแย่ๆ อีกแล้วนะ!” เสี่ยวถูพูดยิ้มๆ
“ข้าไปมีความคิดแย่ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางยื่นมือไปเขกศีรษะเขา “พี่ชายเช่นข้าจิตใจดีมีเมตตา อย่ามาใส่ร้ายข้านะ เข้าใจหรือไม่!”
“เจ้าพอเสียทีน่า อย่าไปสอนสิ่งไม่ดีให้เขาเลย!” เป่ยกงถังถลึงตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าคนผู้นี้หนังหน้าหนาขึ้นทุกวันเสียแล้ว
“อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้กันเลย ข้าอยากให้พวกเจ้าเข้าไปฝึกยุทธ์ภายในเจดีย์ จนถึงตอนที่พวกเจ้าใกล้จะเลื่อนระดับแล้วจึงค่อยออกมา” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากพวกเจ้าไม่อยากเข้าไป จะอยู่ข้างนอกนี่ก็ได้นะ”
“พวกเราอยากเข้าไป” เจ้าอ้วนชวีแสดงท่าทีออกมาก่อนใคร “เจ้าเองก็เคยบอกว่าพวกเราฝึกยุทธ์กันมากเพียงพอแล้ว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญก็คือการสงบจิตใจบำเพ็ญ สถานที่แห่งนั้นของเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก พวกเราย่อมต้องไปอยู่แล้วล่ะ!”
“พวกเราด้วย” เว่ยจือฉ