่อาจทะลวงผ่านเกราะพลังวิญญาณของเจียงฉางเซิงได้
“แม้เพิ่งทะลวงผ่านระดับมา แต่ในด้านพลังกลับมิได้ด้อยไปกว่าอูส่ง” เจียงฉางเซิงลอบชื่นชมในใจ สมกับเป็นบุรุษอันดับหนึ่งแห่งเทียนไห่ จู่ๆ เยี่ยสวินตี๋พลันหายตัวไป เจียงฉางเซิงเงยหน้าขึ้นมองตามทันที ลมแรงพัดกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า ปลิวจนเสื้อคลุมของเขาสะบัดพลิ้ว ศิษย์ทั้งหลายบนยอดเขาวรยุทธ์ล้วนรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ศิษย์ที่มีกำลังภายในอ่อนด้อยถึงกับทรุดลงคุกเข่าครึ่งตัว หนึ่งในนั้นรวมถึงหยางโจวด้วย ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตระหนก หยางโจวถึงกับลืมเรื่องเดิมพันไปโดยสิ้นเชิง
สายตาของพวกเขาเบิกกว้าง ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ปรากฏแท่งศิลายักษ์โบราณที่หลอมรวมจากปราณแท้ตกลงมาจากฟากฟ้า ศิลายักษ์นี้มีขนาดใหญ่เกินจินตนาการ ฐานเพียงอย่างเดียวก็ยาวถึงหนึ่งร้อยจั้ง กว้างสามสิบจั้ง ตัวแท่งศิลากึ่งโปร่งแสง ผิวด้านนอกแกะสลักด้วยลวดลายแปลกประหลาด คล้ายเป็นตัวอักษร แต่ก็ดูคล้ายภาพวาด มันแผ่กลิ่นอายโบราณอันไร้ที่สิ้นสุด ราวกับภูเขาไทซานกดทับลงมา ใช้อำนาจอันอาจหาญเกินจะต้านบดขยี้ลงมายังเจียงฉางเซิง
ตูม! แท่งศิลายักษ์มหึมาพลันหยุดลงกลางอากาศ เจียงฉางเซิงยกมือเพียงข้างเดียวขึ้นยันฟ้า ท่วงท่าดูสบายราวกับแทบไม่ออกแรง ก็สามารถหยุดแท่งศิลานั้นได้ ภายในแท่งศิลา ใบหน้าของเยี่ยสวินตี๋เปลี่ยนสีทันที เขากัดฟันแน่น แท่งศิลายักษ์นั้นแตกกระจายกลายเป็นคมปราณแท้นับไม่ถ้วน