ตะลึง
“ก่อนหน้านี้ห้องหมายเลขสามมิได้จุดตะเกียงมาเนิ่นนานเพียงใดแล้ว!”
“เชื้อพระวงศ์จันทร์ประจิมยังอยู่ได้เพียงแค่ห้องหมายเลขห้า คิดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นกลับได้เข้าไปห้องหมายเลขสาม”
“ถูกต้อง ข้าได้ยินว่าเจ้าของยาวิเศษร้อยโคจรในครั้งนี้สวมเสื้อคลุมสีดำตลอดร่าง หรือว่าเขาจะเป็นเจ้าของยาวิเศษร้อยโคจรกันเล่า”
“ที่แท้ก็เป็นเขานี่เอง มิน่าเล่า จึงเข้าไปในห้องหมายเลขสามได้”
“ได้ยินมาว่าเขายังเป็นผู้หลอมยาวิเศษร้อยโคจรนี้ด้วยตัวเองอีกต่างหาก ถ้าหากเชิญเข้ามาอยู่ในตระกูลได้ เช่นนั้นความรุ่งโรจน์ของตระกูลเราก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว!”
“เจ้าคิดดูเอาเถิด ข้าได้ยินมาว่างานประมูลอยากทาบทาม เขายังไม่ยอมรับปาก แล้วจะยอมไปอยู่ที่ตระกูลเล็กจ้อยของเจ้าได้อย่างไรเล่า”
เดิมทีพวกเว่ยจือฉีกำลังคิดกันอยู่ว่าคนผู้นี้เป็นใคร พอตอนนี้มาได้ยินว่าเขาเป็นเจ้าของยาวิเศษร้อยโคจรจึงรู้ได้ในทันทีว่าคือซือหม่าโยวเย่ว์นั่นเอง
“คิดไม่ถึงว่าโยวเย่ว์จะไปอยู่ที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสาม หากรู้ก่อนพวกเราก็คงตามเขาไปเปิดหูเปิดตาแล้วล่ะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ที่โยวเย่ว์ไม่ให้พวกเราไปด้วย ย่อมต้องมีเหตุผลของนางเองอยู่แล้ว ยาวิเศษร้อยโคจรนี้ก่อให้เกิดความโกลาหลไม่น้อย ถ้าหากให้คนล่วงรู้ว่าเป็นใคร ย่อมต้องก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน เจ้าเห็นไหมว่าโยวเย่ว์ถึงกับต้องปลอมตัวแปลงกลิ่นอายเสียด้วยซ้ำ” เว่ยจือฉีเอ่ยชี้แนะ
“ข้ารู้น่า ก็แค่พูดเฉ