องราชาสัตว์อสูรแล้วจึงรำพึงออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“ความสามารถในการฝึกสัตว์อสูรของโยวเย่ว์แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ” เป่ยกงถังพูด
“อื้ม พลังจิตอันน่ามหัศจรรย์นั้นของนาง ช่วยไม่ได้นะ ข้าว่าต่อให้ขั้นเทพมาเปรียบเทียบกับนางก็ยังไม่แน่ว่าจะเหนือกว่านางเลยด้วยซ้ำ” เว่ยจือฉีพูดยกย่อง
“พอแล้วน่า เจ้าอย่าเยินยอโยวเย่ว์อีกเลย นางกลายเป็นตัวประหลาดแล้วล่ะ” เจ้าอ้วนชวีหยิบผลไม้ทิพย์ผลหนึ่งออกมากัดสองคำแล้วพูดว่า “เจ้าต้องคิดเช่นนี้สิว่า พลังจิตของพวกเราเมื่อเอาไปเปรียบกับภายนอก ก็ต้องเป็นบุคคลน่ามหัศจรรย์เช่นกัน”
เป่ยกงถังก็พยักหน้าแล้วเอ่ยอย่างเห็นด้วยว่า “ใช่แล้ว เจ้าลองคิดดูสิว่าสองปีมานี้พลังจิตของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน ก่อนหน้านี้ยังฝึกให้เชื่องไม่ได้แม้กระทั่งสัตว์อสูรทิพย์ ทว่าตอนนี้ฝึกได้กระทั่งสัตว์อสูรทิพย์ขั้นสูงแล้วกระมัง เพิ่มขึ้นมาหนึ่งระดับเต็มๆ เลยทีเดียว”
“นี่ต้องขอบคุณวิธีการยกระดับพลังจิตที่โยวเย่ว์สอนพวกเราเลย” เว่ยจือฉีมองซือหม่าโยวเย่ว์ที่กำลังเลื่อนระดับอย่างซาบซึ้ง
ทุกครั้งที่เห็นระดับขั้นของซือหม่าโยวเย่ว์ พวกเขาล้วนพากันตกตะลึงอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าทุกคนต่างก็ฝึกยุทธ์พร้อมกัน ไปเสาะหาสัตว์อสูรวิเศษมาต่อสู้ด้วยกัน แต่ซือหม่าโยวเย่ว์ก็พัฒนาได้รวดเร็วกว่าพวกเขาอยู่มากพอสมควร นอกจากนี้การหลอมยาและการฝึกสัตว์อสูรของเธอก็มิได้ด้อยลงเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาเลื่อนจากระดับปรมาจารย์ว