เจ้าวิหคยักษ์แล้วหันมามองคนทั้งสองพลางเอ่ยว่า “เย่ว์เย่ว์ ในที่สุดวันนี้ก็ได้ทำพันธสัญญากับเจ้าวิหคน้อยแล้ว จากนั้นเขาก็จะเลื่อนระดับกลายเป็นสัตว์อสูรเทพแล้วล่ะ! ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่เลื่อนระดับ แม้กระทั่งย่ากวงก็เลื่อนระดับไปหลายขั้นด้วยเช่นกัน มีเพียงข้าเท่านั้นที่ไม่เลื่อนระดับเลยแม้แต่น้อย ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ”
“เหตุใดเจ้าจึงมิได้เลื่อนระดับเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าคำรามน้อยพลางเอ่ยถาม
“ข้าเลื่อนระดับแล้วหรือ เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกเลยเล่า” เจ้าคำรามน้อยกะพริบตาปริบๆ แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“เจ้าเลื่อนระดับแล้วล่ะ หลายปีมานี้หนังหน้าหนาขึ้นหลายระดับเลยทีเดียว” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าคำรามน้อย รู้สึกอัดอั้นตันใจที่เหล็กมิอาจกลายเป็นเหล็กกล้าได้อยู่บ้าง
เจ้าคำรามน้อยจึงค่อยรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์นำตนมาล้อเล่น จึงถลึงตาใส่เธออย่างไม่พอใจแล้วหมุนตัวหันก้นใส่เธอ
“หึๆ”
ทุกครั้งที่พวกเขาเห็นซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าคำรามน้อยปะทะฝีปากกันก็เกิดความรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูกชนิดหนึ่งขึ้นมา
เจ้าวิหคน้อยบินไปยังทิศทางที่พวกเขาอ้างอิงตามที่โอวหยางเฟยบอก ที่นั่นเคยเป็นทิศทางที่เขาจากมา ว่ากันว่าสัตว์อสูรวิเศษที่นั่นล้วนค่อนข้างอ่อนแออยู่สักหน่อย พวกเขาจึงตัดสินใจออกมาจากสถานที่แห่งนั้น
หลังจากที่เจ้าวิหคน้อยบินมาสี่ห้าวัน ในขณะที่เจ้าอ้วนชวีกำลังคร่ำครวญว่ายังไม่ถึงเสียทีอยู่นั้นเอง เจ้าวิหคน้