้คนทั้งใต้หล้าสรรเสริญ แม้จะมีพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งล้ำเลิศแต่กลับไม่หวังผลประโยชน์และยังเป็นห่วงเป็นใยชาวบ้าน แม้แต่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเอ่ยถึงกันก็ยังไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน อย่างน้อยก็ไมอาจหาคนที่สองที่ประพฤติตนเช่นนี้ในใต้หล้าได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือนอกจากมรรคาจารย์แล้ว ยังไม่มีชาวยุทธ์คนที่สองที่เรียกฝนได้
ณ ห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้ซุนเทียนได้รู้เรื่องนี้ก็ทอดถอนใจว่า “ต้าจิ่งมีมรรคาจารย์นับเป็นโชคยิ่งใหญ่ ไม่ประสงค์โชคชะตาต้าจิ่ง ไม่ประสงค์ทรัพยากร ช่วยโดยไม่หวังผลส่วนตัว เราอยากตั้งรูปเคารพให้เขาและแต่งตั้งเขาเป็นนักบุญจริงๆ”
หากเป็นคนทั่วไปเขาจะต้องคิดว่าอีกฝ่ายวางแผนใดอยู่ แต่เขารู้ชัดว่าเหล่าเชื้อพระวงศ์ราชสกุลเจียงเป็นทายาทของมรรคาจารย์ เหตุที่มรรคาจารย์อุทิศตนให้เช่นนี้ก็เพื่อพวกเขาซึ่งเป็นทายาทนั่นเอง เพียงแต่ที่เป็นความลับ เขาไมอาจพูดออกไป
สะบั้นเศียรยืนอยู่ข้างๆ เขากล่าวว่า “หากว่ามรรคาจารย์ละโมบในโชคชะตาแล้ววิถีแห่งยุทธ์ในใต้หล้าแห่งนี้จะต้องก้าวหน้าได้ช้าลง อาจเป็นได้ว่าเขาทำไปเพราะคำนึงถึงเรื่องนี้” ฮ่องเต้ซุนเทียนรู้สึกว่ามีเหตุผล ด้วยระดับขั้นอันน่าสะพรึงกลัวของมรรคาจารย์แล้ว ทั้งทรัพยากรในวิถีแห่งยุทธ์และโชคชะตาที่เขาต้องการจะต้องเป็นจำนวนมหาศาล หากเขาเอ่ยปากจะต้องบีบให้วิถีแห่งยุทธ์ของต้าจิ่งมีขอบเขตของการก้าวหน้าที่ลดน้อยลง เมื่อใดที่เขาบรรลุขั้นจึงจะสร้างผลต