้างกายเขาเต็มไปด้วยสีหน้าหวาดกลัวและตกตะลึงเฉกเช่นเดียวกัน พวกเขาฝึกยุทธ์มาหลายปี เพิ่งจะเคยเห็นภาพเช่นนี้เป็นหนแรก พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ
เวลานี้คนที่มาจากกองกำลังและอาณาจักรต่างๆ เหล่านั้นต่างก็ตกใจกลัว หัวใจของพวกเขารู้สึกถึงความสิ้นหวัง มีมรรคาจารย์ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้คุ้มครองอยู่ ผู้ใดจะโค่นล้มต้าจิ่งได้
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจียงฉางเซิงอาศัยพลังวิญญาณของตนเองทนรับอสนีบาตที่ฟาดกระหน่ำลงมา เสื้อคลุมขนนกเทพกิเลนยังไม่เสียหาย แต่มันโบกสะบัดอย่างรุนแรงยิ่ง สายลมกรรโชกพัดดังหวีดหวิวประหนึ่งกำลังเฉลิมฉลองแด่อสนีบาตสวรรค์ หนึ่งก้านธูปหลังจากนั้น พลังของด่านเคราะห์สวรรค์ก็พุ่งขึ้นไปสูงกว่าเก่า
เจียงฉางเซิงเริ่มสังหรณ์ไม่ดี เขาเริ่มใช้แต้มเซ่นไหว้ปกป้องทันที แต้มเซ่นไหว้ลอยอยู่ตรงหน้าเขา ยามอสนีบาตแต่ละสายผ่าลงมา แต้มเซ่นไหว้ของเขาก็เริ่มลดลงไปเรื่อยๆ เร็วไปหน่อย! เจียงฉางเซิงคิดอย่างเคร่งเครียด
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยงงง… อสนีบาตสีม่วงฟาดลงมาอย่างรวดเร็ว เสียงเปรี้ยงปร้างเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปถึงระดับใหม่ มันดังสนั่นจนคนในเมืองหลวงต้องอุดหู มองท้องนภาด้วยความหวาดกลัว อสนีบาตสีม่วงเต็มท้องฟ้าเกี่ยวกระหวัดพุ่งมาที่จุดเดียว แม้ว่าจะอยู่ไกลโพ้น แต่ผู้คนที่มองอยู่ต่างตกตะลึงจนลมหายใจถี่กระชั้น
เวลาผ่านไปหลายสิบปีแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงวันนี้เพิ่งเคยเห็นมรรคาจารย์ผ