ิตนาง มือยังขยับขึ้นลงอย่างอยู่ไม่สุขอีกด้วย
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าไฟรักระหว่างคนทั้งสองเริ่มติด ทั้งยังรู้สึกว่าฟังมาได้พอสมควรแล้ว จึงเก็บหินเสียงก่อนจะจากไปอย่างเงียบๆ
แต่คิดๆ ดูแล้วก็มิอาจปล่อยพวกเขาสองคนไปง่ายๆ ได้ หลังจากเดินออกห่างมาแล้วจึงบอกกับทหารยามผู้หนึ่งว่าตนคล้ายจะทำของหล่นเอาไว้แถวริมทะเลสาบ ให้เขาไปช่วยหาหน่อย เมื่อเห็นว่าทหารยามหลายคนเดินมุ่งหน้าไปยังริมทะเลสาบแล้วเธอจึงยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะหมุนกายเดินกลับไปยังตำหนักใหญ่
ยังเดินไปไม่ถึงประตูตำหนักใหญ่ ก็ได้ยินเสียงของน่าหลานเหอดังมาจากด้านใน
“ฝ่าบาท ในเมื่อตระกูลซือหม่ามีบุคคลปริศนาผู้นั้นอยู่แต่กลับซ่อนเร้นเอาไว้เช่นนี้ แม้กระทั่งฝ่าบาททรงเอ่ยปากก็ยังไม่ยอมบอก ไม่เห็นฝ่าบาทอยู่ในสายตาเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวใจบีบรัด น่าหลานเหอผู้นี้มาแล้ว
ซือหม่าเลี่ยเงียบงันไม่เอ่ยวาจา เขาเคยคิดว่าน่าหลานเหอจะต้องคิดหาวิธีสืบเรื่องยาวิเศษของตระกูลซือหม่าให้ได้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะพูดออกมาท่ามกลางธารกำนัล
“ท่านแม่ทัพซือหม่า ท่านหาตัวคนที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ได้แล้วจริงๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงมิให้พวกเราทุกคนได้รู้จักสักหน่อยเล่า” วาจานี้ของวั่นอู๋เฟิงแฝงไว้ด้วยคำถาม แต่สีหน้าและน้ำเสียงของเขากลับหนาวเหน็บเย็นชา แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
“เรื่องนี้… มิใช่ว่ากระหม่อมไม่อยากพูดหรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่เจ้าเด็กผู้นั้นไม่ชอบการเป็