ความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนเพียงเล็กน้อยบนใบหน้าของซือหม่าโยวเย่ว์มิอาจรอดพ้นสายตาชราของซือหม่าเลี่ยไปได้ เขาจ้องมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วดึงสีหน้าพลางเอ่ยว่า “ยังไม่ยอมรับอีกหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะแห้งๆ สองครั้งแล้วพูดว่า “ท่านปู่มิได้กำลังต่อสู้กับวานรอยู่หรอกหรือ แล้วมองเห็นพวกเราได้อย่างไรกัน”
เธอคิดเอาไว้ว่าตราบใดที่ซือหม่าเลี่ยไม่พูดออกมา เธอก็ไม่มีทางยอมรับแน่
“เฮอะ ข้าไม่เห็นเจ้าหรอก แต่เห็นเจ้าเด็กตระกูลชวีผู้นั้นต่างหากเล่า สามคนรอบๆ กายนั่นคงจะเป็นเพื่อนร่วมเรือนพักเดียวกันกับเจ้ากระมัง พวกเขาล้วนอยู่ที่นั่นกันทั้งหมด แล้วเจ้าจะไม่อยู่ได้หรือ” ซือหม่าเลี่ยพูด “ถึงแม้ว่าข้าจะกำลังต่อสู้อยู่ แต่ในจังหวะเวลาว่างก็ยังเห็นพวกเขาเข้าอยู่ดี”
ได้ยินซือหม่าเลี่ยพูดเช่นนี้ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งใจทีหนึ่ง ตอนนี้เขายังคิดว่าตนเพียงแค่ชมดูอยู่บนทางลาดเขาเท่านั้น ถ้าหากเขารู้ว่าเธอคือคนที่ชิงผลอสรพิษทองคำไป ก็คงมิอาจปิดบังเรื่องเกี่ยวกับหมัวซาเอาไว้ได้อีกแล้ว นอกจากนี้เธอยังต้องถูกสั่งสอนอย่างหนักหน่วงยกหนึ่งอย่างแน่นอนอีกด้วย
ถึงอย่างไรก็มิอาจกินผลอสรพิษทองคำลงไปโดยตรงได้อยู่แล้ว พอถึงเวลาที่เธอหลอมเป็นยาวิเศษสำเร็จแล้วค่อยมอบให้พวกเขากินก็ใช้ได้แล้ว
“หึๆ ท่านปู่มิได้กลัวจะถูกวานรทำร้ายเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์ผ่อนคลายความวิตกกังวลลงจึงสบายใจมากยิ่งขึ้น
“เรื่องของตระกู