งครัวด้วย ข้าจะป้อนท่านปู่อยู่ที่นี่เอง พวกท่านไปกินอะไรกันสักหน่อยก่อนเถิด พวกท่านก็มิได้กินอะไรเข้าไปกันเป็นวันๆ แล้ว”
“ก็ได้” พวกซือหม่าโยวหรานเคยกินอาหารที่ซือหม่าโยวเย่ว์ทำมาหลายครั้งแล้ว ต่อมาจึงติดใจรสชาติอันโอชะเหล่านั้นกันหมด ไม่ได้กินอะไรมาหนึ่งวันเต็มทำให้หิวอยู่บ้างจริงๆ จากนั้นทุกคนจึงออกไปจนหมด ยกซือหม่าเลี่ยให้เธอเป็นผู้ดูแล
ซือหม่าโยวเย่ว์วางถาดอาหารลงบนโต๊ะ ก่อนจะไปที่ข้างเตียงแล้วพูดว่า “ท่านปู่ ข้าจะพยุงให้ท่านลุกขึ้นนั่งก่อนนะ”
ซือหม่าเลี่ยพยักหน้าก่อนจะขยับร่างกายเอนไปด้านหลังแล้วพิงบนหมอนที่เธอจัดวางเอาไว้แล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์ไปยกโจ๊กมาแล้วหยิบช้อนตักขึ้นมาคำหนึ่ง เธอเป่าโจ๊กก่อนจะป้อนให้ซือหม่าเลี่ย
“ท่านปู่ นี่คือโจ๊กยาที่ข้าใช้เครื่องยาจำนวนหนึ่งต้มขึ้นมา มีประโยชน์ต่อร่างกายที่กำลังฟื้นฟูอยู่ในตอนนี้ของท่านเป็นอย่างมากเลยล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ป้อนไปพลางพูดไปพลาง
ระดับพลังยุทธ์ของซือหม่าเลี่ยมีความต้องการอาหารเพียงน้อยนิดเท่านั้น ตลอดมาตอนอยู่ที่บ้านก็แค่กินข้าวเช้าเป็นเพื่อนซือหม่าโยวเย่ว์เท่านั้น เมื่อครู่ยังคิดว่านี่เป็นเพียงเพราะความเคยชินเท่านั้น คิดไม่ถึงว่านี่จะเป็นโจ๊กที่เธอต้มขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
“อาหารที่โยวเย่ว์ทำอร่อยขึ้นทุกวันเลยนะ” โจ๊กที่ต้มหอมอร่อยลื่นคอ พอกินลงไปแล้วก็รู้สึกว่ากระแสความร้อนสายหนึ่งโคจรไปทั่วร่างกาย ขับไล่ความหนาวเหน็บในร่างก