าเลี่ยมองซือหม่าโยวเย่ว์ สีหน้าตื่นตกใจนั้นไม่น้อยไปกว่าตอนที่เธอเพิ่งได้รู้เรื่องนี้เลย
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วพูดว่า “ดังนั้นข้าคาดว่าผู้ที่ทำร้ายท่านย่อมมิใช่คู่แค้นธรรมดาๆ แน่ นอกจากนี้พลังยุทธ์ของท่านปู่ ทั่วทั้งดินแดนนี้คงจะมีไม่กี่คนนักหรอกที่ทำร้ายท่านได้”
“ที่แท้เจ้าสัตว์ประหลาดที่ตะปบข้าทีหนึ่งในตอนท้ายสุดก็เป็นสัตว์ปีศาจนี่เอง” ซือหม่าเลี่ยพูดพึมพำ
“ท่านปู่ ท่านยังไม่ยอมบอกข้าอีกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้านี่… ตอนนี้ฉลาดกว่าในอดีตมากมายเลยจริงๆ” ซือหม่าเลี่ยพูด “เพียงแต่คนผู้นั้นน่าจะกลับไปแล้วน่ะสิ ดังนั้นจะว่าไป…”
“ท่านปู่ ในเมื่อเขาเป็นศัตรูที่ต้องการเอาชีวิตท่าน เกรงว่านี่คงจะมิใช่บุญคุณความแค้นธรรมดาทั่วไปแน่ ตอนนี้ถึงจะไปแล้วก็มิได้หมายความว่าในภายหน้าเขาจะไม่กลับมาอีก ถ้าหากต่อไปพบเขาเข้าอีกจะทำเช่นไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ขัดจังหวะคำพูดของซือหม่าเลี่ย ทำเอาเขาสะดุ้ง
ซือหม่าเลี่ยเงียบงันไปครู่หนึ่งก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวแล้วเอ่ยว่า “เฮ้อ…นี่คือบุญคุณความแค้นของครอบครัวเราน่ะสิ…”
……………………