วณใกล้ๆ ชั้นในสุดแล้วล่ะ นั่นมันใช่บริเวณที่พวกเรากล้าเข้าไปเสียที่ไหนกัน! ดังนั้นพวกเราก็เลยแค่ฟังๆ ไปอย่างนั้นเอง” ชิงอู๋หยาพูด “น้องเว่ย พวกเจ้าอย่าได้ถูกชื่อเสียงของสิ่งล้ำค่านั่นล่อลวงเสียล่ะ สิ่งล้ำค่าถึงแม้จะดี แต่ก็ต้องมีชีวิตอยู่ครอบครองมันด้วยจึงจะใช้ได้”
“ฮ่าๆ เหตุผลนี้พวกเราก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก” เว่ยจือฉีหัวเราะ
พื้นที่ชั้นในสุดนั้นเป็นสถานที่ที่สัตว์อสูรทิพย์อาศัยอยู่ ถึงแม้ว่าเมื่อเทียบพลังยุทธ์ของพวกเขาเหล่านี้กับคนรุ่นราวคราวเดียวกันแล้วจะใช้ได้ แต่เมื่ออยู่ในโลกกว้างก็มิอาจนับได้ว่าเป็นยอดฝีมือแต่อย่างใดเลย พวกเขาจึงมิได้หาญกล้าไปต่อสู้กับสัตว์อสูรทิพย์
ซือหม่าโยวเย่ว์ผัดกับข้าวไปพลาง ฟังเรื่องสถานที่ที่พวกชิงอู๋หยาบอกให้พวกเขาระมัดระวังไปพลาง พอได้ยินเขาพูดว่าสิ่งล้ำค่า มือก็หยุดชะงัก
สิ่งล้ำค่าเอ๋ย นางชมชอบมันเป็นที่สุด ถ้าหากมีโอกาส อาจจะไปดูคนเดียวก็ได้
เพียงไม่นานก็ทำกับข้าวเต็มโต๊ะเสร็จ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วหมู่แมกไม้ ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนไม่น้อย
“กับข้าวที่น้องซือหม่าทำช่างหอมหวนเสียจริง” ชิงอู๋หยาได้กลิ่นหอมแล้วก็อดชมประโยคหนึ่งมิได้
“ฮ่าๆ ขอบคุณพี่ใหญ่ชิงมากที่เล่าเรื่องราวของเทือกเขาผู่สั่วให้พวกเราฟังมากมายเช่นนี้ ในเมื่อทุกคนก็สนทนากันมาถึงขนาดนี้แล้ว มาดื่มด้วยกันสักจอกหนึ่งมิดีหรือ” เว่ยจือฉีพูด
“เรื่องนี้… คงไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่กระมัง” ชิงอ