“พัน…พันธสัญญาระหว่างกันอย่างนั้นหรือ”
หมัวซาพยักหน้า เป็นเชิงว่านี่คือความจริง
“เช่นนั้นเหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกเลยว่าระหว่างพวกเรามีพันธสัญญากันอยู่เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างประหลาดใจ
“เพราะข้าปิดบังเอาไว้เองแหละ” หมัวซาพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองหมัวซาอย่างประเมินแล้วลอบตกตะลึงในใจ เขาปิดบังการทำพันธสัญญาระหว่างคนทั้งสองเอาไว้ ทำให้ตนไม่มีความรู้สึกใดๆ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งมายังโลกแห่งนี้ได้ไม่นานก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
ทว่าเขาไม่เพียงแต่จะทำได้เท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นเพียงแค่สภาวะที่มีวิญญาณอันไม่สมบูรณ์อีกด้วย ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเขาจะเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจและน่าหวาดหวันเพียงใดกัน
“ถ้าเขาร้ายกาจยิ่งกว่านี้ มั่นใจได้เลยว่าเขาต้องทำสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้แน่” ซือหม่าโยวเย่ว์คาดการณ์ในใจ “ถ้าหากมีพันธสัญญากับตน เช่นนั้นก็มิใช่ว่าตนมีหลักประกันที่ร้ายกาจอย่างยิ่งแล้วหรือ ไม่แน่ว่าอาจได้อะไรจากตัวเขามากยิ่งขึ้นก็เป็นได้”
หมัวซาเห็นลูกตาซือหม่าโยวเย่ว์กลอกไปมาจึงรู้ว่าเธอกำลังมีความคิดแปลกประหลาดอันใดอยู่ แต่เขาคร้านที่จะสนใจ จึงหลับตาลงชั่วขณะหนึ่งแล้วหลังจากนั้นค่อยลืมตาขึ้นมองเธอก่อนจะเอ่ยว่า “เอาละ”
ซือหม่าโยวเย่ว์รับสัมผัสอยู่ชั่วครู่แล้วจึงพบว่ามีสายสัมพันธ์สายหนึ่งระหว่างตนกับหมัวซาขึ้นมาจริงๆ
“พวกเราทำพันธสัญญากันตั้งแต่ตอนไหนหรือ” จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงรู้สึกว่าเหนือความคาดหมา