ตาแก่ซือหม่าเลี่ยผู้นั้นดูบ้าง ท่านดูตอนที่เจ้าคนไร้ค่าผู้นั้นหายตัวไปสิ พวกเราก็ยังอาศัยโอกาสนั้นโจมตีตระกูลซือหม่าเลย”
“ถูกต้อง ท่านประมุข หลานเอ๋อร์มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา ไม่มีวิทยาลัยแล้วพวกเราตระกูลน่าหลานจะบ่มเพาะชนรุ่นหลังมิได้เชียวหรือ” ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งช่วยน่าหลานหลานพูดเช่นกัน
“แต่การถูกวิทยาลัยไล่ออกนี้ทำให้วงศ์ตระกูลต้องอับอายขนาดไหน! เรื่องนี้จะปล่อยไปโดยไม่ลงโทษมิได้ ดังนั้นเจ้าจงไปรับโทษ หันหน้าเข้ากำแพงสำนึกผิดที่โถงบรรพบุรุษเป็นเวลาสามเดือน ไปเข้าฌานพินิจตนให้ดีๆ เสีย!” น่าหลานเหอได้ฟังผู้อาวุโสทั้งสองพากันแก้ต่างแทนบุตรสาวของตนแล้วค่อยคลายใจไปไม่น้อย จึงได้มอบบทลงโทษที่ไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับน่าหลานหลาน
น่าหลานหลานโขกศีรษะคำนับคราหนึ่งแล้วลุกขึ้นจากไป ตั้งแต่กลับมาจนจากไป นางก็ยังมิได้พูดอะไรเลยแม้แต่ประโยคเดียว ผู้อื่นล้วนคิดว่านางถูกกำราบเพราะเรื่องนี้ ทว่านัยน์ตาที่หลุบลงของนางนั้นกลับสาดประกายชิงชังและแวววอาฆาตอย่างแรงกล้าพลางพึมพำว่ารอให้ตนออกมาจากโถงบรรพบุรุษแล้วจะต้องไปเอาชีวิตเจ้าคนไร้ค่าชาติสุนัขผู้นั้นมาอย่างแน่นอน!
รอจนน่าหลานหลานจากไปแล้วผู้อาวุโสใหญ่ก็โบกมือให้คนรุ่นหลังแยกย้ายกันกลับไป เพราะเรื่องที่จะพูดกันต่อจากนี้ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขามีส่วนร่วมแล้ว
“ท่านประมุข คราวนี้ถือว่าตระกูลซือหม่าฉีกหน้าพวกเราตรงๆ เลยนะ!” ผู้อาวุโสรองพูด
“คราวนี้พวกมันตระก