ตามปกติแล้วอูหลิงอวี่ไม่มีทางกินอาหารหยาบๆ เช่นนี้ แต่เมื่อเห็นนัยน์ตาสุกสว่างคู่นั้นของซือหม่าโยวเย่ว์ เขาพยักหน้าอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วพูดว่า “กินก็ได้”
ซือหม่าโยวเย่ว์ผลักโต๊ะไปไว้ที่ข้างเตียงให้เขาลุกขึ้นนั่งแล้วกินได้เลย หลังจากนั้นก็แบ่งไก่ย่างจำนวนหนึ่งให้แก่เขา แล้วตนก็นำเอาส่วนที่เหลือมากิน
อูหลิงอวี่หยิบปีกไก่ขึ้นมากัดคำหนึ่ง เดิมทีก็ไม่ได้มีความคิดอะไรต่อเจ้าไก่ย่างนี่เลย แต่คิดไม่ถึงว่าเนื้อไก่จะถูกนางย่างจนมีรสชาติอร่อยล้ำ ทำให้เขากัดอีกเป็นคำที่สองอย่างไม่รู้ตัว
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทำอาหารที่อร่อยถึงเพียงนี้ได้ด้วย” พอได้เจอของอร่อย เขาจึงไม่หวงคำชมสักนิด
“สิ่งที่ท่านคิดไม่ถึงยังมีอีกมากมายนัก” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเจ้าคำรามน้อยวิ่งเข้ามา จึงหยิบไก่ย่างที่เตรียมเอาไว้ให้มันออกมาจากแหวนเก็บวัตถุแล้ววางลงบนโต๊ะ
“เย่ว์เย่ว์ช่างใจร้ายนัก กินข้าวก็ไม่เรียกข้า” เจ้าคำรามน้อยไม่อาจพูดออกมาได้ ทำได้เพียงแค่ตำหนินางผ่านการทำพันธสัญญา
“ยังไม่ทันได้เรียกเจ้าก็กลับมาแล้วมิใช่หรือไร” ซือหม่าโยวเย่ว์เขกหัวเจ้าคำรามน้อยทีหนึ่ง “เมื่อครู่ข้าได้ยินเจ้าสนทนากับสัตว์อสูรวิเศษเพศผู้ตนหนึ่งอย่างระริกระรี้ไม่น้อยเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้เหตุใดข้าจึงไม่เคยสังเกตสัญชาตญาณหื่นกระหายของเจ้าเลยเล่า”