กิเลนเพลิงมองดูรอยยิ้มของอูหลิงอวี่แล้วก็ไว้อาลัยให้ซือหม่าโยวเย่ว์ในใจสองนาที
ทุกครั้งยามที่เขาเผยรอยยิ้มเช่นนี้ออกมา คือเวลาที่มารร้ายในใจเขาเริ่มก่อกวน คนที่เขาระลึกถึงนั้นไม่มีใครมีจุดจบที่ดีเลยสักคน
“ไก่ย่างของข้าเล่า” ตอนที่อูหลิงอวี่ได้สติกลับคืนมาก็พบว่านอกจากปีกไก่ที่ยังกินไม่หมดในมือของเขาแล้ว บนโต๊ะก็เหลือกระดูกไก่วางอยู่เพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น
ในตอนนี้เองกิเลนเพลิงที่กินไก่ย่างหมดแล้วจึงค่อยพูดเรื่องเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา “เจ้านาย ให้ข้าไปตรวจสอบของสิ่งนั้นเถิด ข้ากับท่านทำพันธสัญญาผูกวิญญาณต่อกัน ถ้าหากมีเบาะแสของของสิ่งนั้นข้าก็ต้องสัมผัสได้อย่างแน่นอน ระยะนี้ก็ให้พี่รองคุ้มครองท่านไปก่อนก็แล้วกัน”
อูหลิงอวี่ขว้างกระดูกไก่ลงบนโต๊ะแล้วพูดอย่างเรียบเรื่อยว่า “เจ้าไม่ต้องมาเป็นกังวลเรื่องข้าหรอกน่า”
“เช่นนั้นข้าไปก่อนละ” กิเลนเพลิงพูดจบแล้วก็ไปจากถ้ำภูเขา เหินทะยานไปยังภูเขาแห่งอื่น
ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าไปดูในภูเขารอบหนึ่งแล้วให้เจ้าคำรามน้อยไปเรียกสัตว์อสูรวิเศษเพศผู้ที่มันผูกไมตรีด้วยตนนั้นออกมา ก็พบว่าเป็นสัตว์อสูรทิพย์เสือกรงเล็บเหล็กตนหนึ่ง
เธอได้รู้สถานการณ์คร่าวๆ ของเทือกเขาผู่สั่วแห่งนี้จากคำบอกเล่าของเสือกรงเล็บเหล็ก รวมถึงเรื่องการกระจายตัวของระดับสัตว์อสูรวิเศษด้วย จากนั้นจึงปล่อยให้มันกลับไป
แต่เสือกรงเล็บเหล็กกลับหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ อ้อยอิ่งไม่ยอมจากไป