เวลาที่ซือหม่าโยวเย่ว์อารมณ์ไม่สู้ดีก็มักจะทำอาหารออกมามากมาย หลังจากนั้นก็กินอย่างมากมายมหาศาล ดังนั้นคืนนี้เธอจึงทำอาหารออกมาเต็มโต๊ะอีกแล้ว
ไม่ต้องตะโกนเรียก พอเจ้าอ้วนชวีได้กลิ่นหอมก็รีบวิ่งมาเสียแล้ว อีกไม่นานเท่าใดเว่ยจือฉีก็วิ่งเข้ามาอย่างรู้งานเช่นกัน
“ไปดูหน่อยสิว่าเป่ยกงถังกับโอวหยางเฟยอยู่กันหรือไม่ ถ้าอยู่ก็เชิญพวกเขามากินด้วยกันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์ผัดกับข้าวไปพลาง ออกคำสั่งเจ้าอ้วนชวีไปพลาง
“ก็ได้” เจ้าอ้วนชวีขโมยกินกับข้าวคำหนึ่งแล้วออกไป
เดิมทีเว่ยจือฉีคิดว่าเป่ยกงถังและโอวหยางเฟยไม่อยู่ในห้อง หรือแม้จะอยู่ในห้องก็คงจะไม่ออกมาอยู่ดี แต่คิดไม่ถึงว่าคนทั้งสองจะมาด้วยกันทั้งคู่
“เจ้าทั้งสองก็มาด้วย ช่างน่าประหลาดเสียจริง”
เป่ยกงถังปรายตาใส่เว่ยจือฉีปราดหนึ่งโดยมิได้เอ่ยวาจาอันใด หลังจากล้างมือแล้วก็มานั่งลงที่โต๊ะ
โอวหยางเฟยกลับมานั่งลงข้างเว่ยจือฉีแล้วพูดว่า “เจ้าอ้วนชวีบอกว่าอาหารที่นางทำอร่อยกว่าที่โรงอาหารเป็นไหนๆ”
ซือหม่าโยวเย่ว์จัดวางกับข้าวเข้าที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วลงบนโต๊ะ เจ้าคำรามน้อยกินเสร็จเรียบร้อยก็หายไปข้างนอกเสียแล้ว
“พวกเราล้วนเป็นคนร่วมเรือนเดียวกันทั้งนั้น มากินข้าวด้วยกันเช่นนี้ช่างเป็นเรื่องดียิ่งนัก” เจ้าอ้วนชวีพูด
“เจ้าทำอาหารเป็นหรือไม่” เป่ยกงถังถามอย่างเย็นชา