ซือหม่าโยวเย่ว์ตั้งชื่อให้กับวิญญาณครวญว่าเจ้าวิญญาณน้อย และหลังจากที่ทำความเข้าใจมณีวิญญาณในเบื้องต้นแล้วก็กลับมายังห้องของตน
หลังจากกลับมาที่ห้องแล้วเธอจึงนึกเรื่องที่ต้องไปวิทยาลัยขึ้นมาได้ จึงได้เรียกพวกอวิ๋นเย่ว์มาถาม เมื่อได้รู้ว่าเวลาผ่านไปถึงสี่วันแล้วก็ตกใจจนเธอแทบจะยัดทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในแหวนเก็บวัตถุแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับโบยบิน
“อวิ๋นเย่ว์ เมื่อครู่ตอนที่คุณชายจัดข้าวของ เขาใช้แหวนเก็บวัตถุอย่างนั้นหรือ” ชุนเจี้ยนพูดอย่างตกใจ
อวิ๋นเยว่ถูกซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้ตกใจมาแล้ว เธอจึงพยักหน้าอย่างแข็งๆ แล้วพูดว่า “ดูคล้ายว่าจะเป็นเช่นนั้นแหละ”
“เช่นนั้นก็แปลว่าคุณชายบำเพ็ญได้แล้วหรือ!”
“ใช่ เมื่อครู่ก่อนคุณชายจะไปยังบอกให้พวกเราอยู่บ้านฝึกฝนให้ดีๆ อีกด้วย…”
จากนั้นทั้งสองคนก็ประสานสายตากันก่อนจะถามอย่างสงสัยว่า “คนผู้นั้นคือคุณชายของพวกเราจริงๆ น่ะหรือ”
“อาจจะ… ใช่กระมัง…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ไปบอกลาซือหม่าเลี่ยคำหนึ่งแล้วขึ้นรถเทียมสัตว์อสูรมุ่งหน้าไปยังวิทยาลัย เมื่อนึกถึงว่าตนเองไปสายหลายวันถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าเฟิงจือสิงจะไล่นางออกหรือไม่
ณ ราชวิทยาลัย ภายในห้องเรียนที่หนึ่งของนักเรียนใหม่ชั้นปีที่หนึ่ง เฟิงจือสิงมาถึงชั้นเรียนแล้วก็เห็นที่นั่งว่างด้านหลังสุดของห้องเรียน สายตาก็เปล่งประกายวาบแล้วเอ่ยว่า “สองวันก่อนหน้านี้พวกเจ้าก็ได้มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับวิ