ต่ำเกินไป ก็เลยไปพบปรมาจารย์ศิลาว่าต้องการยาปลูกเนื้อขั้นสองสองเม็ด” ซือหม่าเลี่ยพูด
“คนผู้นั้นหมายปองโสมคนอายุสองร้อยปีรากนั้นของบ้านเรามาโดยตลอด ท่านปู่ ท่านคงมิได้ใช้สิ่งนั้นไปแลกเปลี่ยนมาหรอกกระมัง” พี่ใหญ่ซือหม่าโยวฉีเป็นผู้ดูแลจัดการด้านการเงินของบ้านมาตลอด เป็นผู้ที่รู้เรื่องราวในบ้านและนอกบ้านอย่างกระจ่างแจ้งที่สุด
ซือหม่าเลี่ยพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “พอข้าไปพบเขา เขาบอกว่ายาวิเศษขั้นสองหลอมขึ้นมาอย่างยากเย็นเหลือเกิน เขาเองก็มีอยู่เพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น ช่างล้ำค่ายิ่งนัก จึงขอแลกกับโสมคนรากนั้น เวลานั้นข้าร้อนใจเหลือคณาจึงตกปากรับคำไป”
“ยาวิเศษขั้นสองเม็ดหนึ่งมีมูลค่ายี่สิบชั่งทอง โสมคนอายุสองร้อยปีรากหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องมีราคาห้าสิบชั่งทอง แต่ใช้สิ่งนี้แลกเปลี่ยนกับการฟื้นฟูร่างกายของน้องห้าก็นับว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวหรานพูด ไม่เสียดายโสมคนพันปีอันล้ำค่ารากนั้นแม้แต่น้อย
“ใช่แล้ว ไม่มีโสมก็ช่าง ขอเพียงแค่น้องห้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” พี่สี่ซือหม่าโยวเล่อพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์นั่งบนเตียงพลางมองดูคนทั้งห้าที่อยู่รายล้อมตน ได้ฟังพวกเขาพูดถึงมูลค่าของยาวิเศษกับโสมคนอย่างเผินๆ แล้วก็ทอดถอนใจไปกับความรักใคร่ทะนุถนอมที่คนในบ้านมีต่อเจ้าของร่างเดิมคนนี้
โลกในตอนนี้ใช้ชั่งเงินชั่งทองเป็นอัตราแลกเปลี่ยน หนึ่งชั่งทองเท่ากับหนึ่งร้อยชั่งเงิน ซึ่งเท่ากับหนึ่งร้อยล้านชั่งทองแดง การใช้ชีวิ