่างไรก็เป็นถึงจวนแม่ทัพเชียวนะ หลอมยาวิเศษไม่ได้ก็ไม่มีติดบ้านบ้างเลยหรือไร
“ยาวิเศษที่บ้านเราเก็บสะสมไว้ล้วนเป็นขั้นหนึ่งแทบทั้งหมด ยาวิเศษขั้นสองที่มีอยู่บ้างเล็กน้อยก็ไม่ได้เอาไว้รักษาแผล ไม่อาจทำให้เจ้าดีขึ้นมาได้โดยเร็ว ดังนั้นข้าจึงได้ไปพบใต้เท้าศิลาเพื่อร้องขอยาวิเศษ เฮ้อ ต้องตำหนิปู่เองที่ยามปกติมีนิสัยมุทะลุเกินไป จึงมีความสัมพันธ์ไม่ใคร่ดีนักกับนักหลอมยาของเมืองหลวง ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาเนิ่นนานถึงเพียงนี้หรอก” ซือหม่าเลี่ยเอ่ยตำหนิตนเอง
“ท่านปู่อย่าได้น้อยใจไปเลย นี่ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก เป็นเพราะนักหลอมยาพวกนั้นเย่อหยิ่งจองหองเทียมฟ้า ทำให้คนไม่ชอบขี้หน้า ข้าเองก็ไม่ชอบพวกเขาเหมือนกัน!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากมีวันหนึ่งที่ข้ากลายเป็นนักหลอมยา ข้าจะฟาดพวกเขาให้หน้าหงายเป็นแน่!”
“ฮ่าๆ ดี ปู่จะรอให้เจ้าไปนำทางพวกเขานะ!” ซือหม่าเลี่ยเอ่ยพลางหัวเราะเสียงดังลั่น
คนทั้งสองต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาคอย พากันลืมไปแล้วว่าเงื่อนไขก่อนที่จะกลายเป็นนักหลอมยาได้นั้นคือต้องเป็นปรมาจารย์วิญญาณก่อน! เพราะตอนผนึกยาจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณที่นักหลอมยาใส่เข้าไปในเตา ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางผนึกยาได้ ส่วนซือหม่าโยวเย่ว์นั้นไม่ได้เป็นแม้แต่ปรมาจารย์วิญญาณด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเป็นนักหลอมยาเลย
เพราะผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ของยาวิเศษทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์หายดีอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยั