มู่หรงอาน ซื้อสัตว์อสูรวิเศษที่เขาต้องการให้ สิ้นเปลืองเงินสักหน่อยจะเป็นอะไรไปเล่า
แต่ว่าเธอในตอนนี้ไม่ใช่เธอคนเดิมอีกแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเอ้อร์แล้วก็พยักหน้ารับ “ได้สิ คราวหน้าถ้าข้าพบเขาข้าจะบอกเขาให้อย่างแน่นอน”
พูดจบแล้วเธอก็หมุนตัวเดินออกไปจากร้านขายสัตว์อสูรวิเศษ
“…”
เสี่ยวเอ้อร์ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ออกไปจากร้านแล้ว เขาแตะหน้าผากตนเองพลางเอ่ยว่า “ก็มิได้เป็นไข้เสียหน่อย เหตุใดจึงเกิดภาพหลอนได้เล่า คราวนี้ซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นี้ได้ยินว่าเป็นสิ่งที่มู่หรงอานชมชอบ ไม่เพียงแต่ไม่ซื้อเท่านั้น แต่ยังเดินจากไปอย่างเฉยเมยอีกด้วย หากนี่มิใช่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ก็เป็นตัวข้าเห็นภาพหลอนแล้วล่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินอยู่บนถนนใหญ่ นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเสี่ยวเอ้อร์แล้วก็ทอดถอนใจ เรื่องที่เจ้าของร่างเดิมผู้นี้ชมชอบมู่หรงอานเป็นเรื่องที่ชาวบ้านรู้กันทั่วจริงๆ แม้กระทั่งจะขายของก็ยังรู้จักใช้เรื่องนี้มาเป็นจุดขาย
เมื่อนึกถึงหมาป่าพายุที่ได้เห็นในกรงเมื่อครู่ ไม่เพียงแต่ทอดถอนใจในความมหัศจรรย์ของโลกแห่งนี้เท่านั้น ถึงแม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับการฝึกฝนมากนัก แต่เพราะมู่หรงอาน จึงทำให้นางมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์อสูรวิเศษอยู่บ้าง
โลกแห่งนี้มีสัตว์พูดได้ที่เรียกว่าสัตว์อสูรวิเศษ ซึ่งสัตว์อสูรวิเศษก็ฝึกฝนได้เช่นกัน คล้ายกับอสูรในชาติก่อน