ูกปฏิเสธก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง แต่สุดท้ายก็ยังต้องอดกลั้นไว้ ไม่กล้าลงมือในเมืองหลวง ต้าจิ่งในวันนี้ไม่เหมือนในวันวานอีกแล้ว ไม่ต้องให้เจียงฉางเซิงลงมือ ต่อให้เป็นขั้นเทวชน มาก่อเรื่องในเมืองหลวงก็เท่ากับรนหาที่ตาย
ส่วนขั้นกายาทองคำ พวกเขายิ่งไม่กล้ามาเพราะแต่ละคนๆ ล้วนหวงแหนชีวิตยิ่งนัก
สำหรับประชาชน มรรคาจารย์ดุจดังพระโพธิสัตว์ที่มีลมหายใจ แต่ในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายาทองคำหรือขั้นสูงกว่านั้น มรรคาจารย์คือเทพสังหาร รัฐชื่อของต้าจิ่งก็คือเขตต้องห้ามในโลกมนุษย์!
ปีซุนเทียนที่สาม วันขึ้นปีใหม่ ฮ่องเต้ซุนเทียนไม่เชื้อเชิญอาณาจักรใต้อาณัติกับเจ้าผู้ครองแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาเป็นแขกที่วังหลวงอย่างฮ่องเต้เหรินจง แต่เขาไปเยือนเรือนบนเขามังกรผงาดตามลำพัง พร้อมกับนำสุราชั้นดี อาหารเลิศรส และขนมหวานไปจัดวางไว้เต็มแน่นโต๊ะหิน แล้วยังให้องครักษ์ชุดขาวนำเนื้อวัวที่เลี้ยงดูมาเป็นพิเศษจำนวนมากมามอบให้ไป๋หลงด้วย
เขาพยายามผูกมิตรอย่างตั้งอกตั้งใจเช่นนี้ เจียงฉางเซิงย่อมเข้าใจเจตนา แต่ต้องขอบอกเลยว่าเจ้าเด็กคนนี้ทำอะไรรอบคอบนัก ทำให้เขาสุขสบายมากทีเดียว
วันขึ้นปีใหม่ปีนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษแตกต่างจากปีก่อนๆ เมื่อมีไป๋หลีกับฮ่องเต้ซุนเทียนอยู่ เสียงภายในเรือนก็ไม่เคยเงียบหาย จู่ๆ ในตอนนั้นเองเจียงฉางเซิงก็เข้าใจว่าเหตุใดผู้เฒ่าผู้แก่ในชาติก่อนจึงตั้งตาคอยให้ลูกๆ กลับบ้านมาฉลองปีใหม่
อยู่อย่างสง