นทุกๆ สองสามปีเสมอๆ…
ภาพวาดของปรมาจารย์อวิ๋นเวยมีความวิจิตรงดงามมากขึ้นเรื่อยๆ แต่…ตัวเขาเองอายุเก้าสิบปีแล้ว ปรมาจารย์ก็ยังไม่ตาย…
แข้งขาของเขาสั่นเทา เขากัดฟันเดินออกไปจากร้าน
เขาต้องอดทน เขาจะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ พอปรมาจารย์อวิ๋นเวยไม่มีผลงานใหม่ออกมาแล้ว ภาพวาดผลงานที่อยู่มือเขาพวกนั้นจะต้องมีราคาสูงขึ้นเป็นหลายเท่าตัวแน่ๆ! เขา เขาจะต้อง…ทนต่อไป!
ตึง!
น่าเสียดาย ชายชรายังไม่ทันจะได้ปีนขึ้นรถม้าของตัวเองก็หน้ามืดสิ้นลมไปเสียก่อน
……
ปีนี้เซี่ยเฉียวอายุแปดสิบปีแล้ว
ในปีที่นางให้กำเนิดฝาแฝด พี่ชายของนางก็สามารถเอาชนะดวงชะตาโดดเดี่ยวพ่อหม้ายของตนเองได้และแต่งงานกับอวี๋เซียน
เซี่ยผิงไหวก็ไม่นับว่าแต่งงานเร็ว กว่าจะแต่งงานเขาก็อายุยี่สิบห้าปีแล้ว ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นคนจากตระกูลสูงอะไร แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องหญิงตระกูลหลินของเขาที่อ่อนกว่าเขาแปดปี เขากลับทำได้ลง
แต่ทั้งสองเป็นคู่รักที่เติบโตมาด้วยกัน เซี่ยเฉียวจึงไม่อยากจะห้าม
ยุคสมัยนี้ลูกพี่ลูกน้องแต่งงานกัน…ไม่ใช่เรื่องแปลก
นอกจากนี้ ลูกพี่ลูกน้องตระกูลหลินผู้นั้นก็สามารถเข้าสำนักหมอหลวงได้ตั้งแต่อายุแต่ยี่สิบปีเท่านั้น เมื่อเขามีความสามารถทางการแพทย์ที่น่าทึ่งเช่นนี้ เซี่ยผิงไหวจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะดูถูกตระกูลหลิน และต้องให้ความเคารพ
ส่วนเซี่ยซี่…
ในที่สุดนางก็แต่งงานกับขุนนางบู๊คนหนึ่ง
เป็นเด็กคนหนึ่งที่มีชื่อว่าหลู่หลิน เขาไม่มีใครหนุ